ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขานรับนโยบายรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรีในการรณรงค์ประหยัดพลังงาน ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านพลังงานโลก โดยเดินหน้าสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตผ่านการใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีการเกษตร พร้อมออกมาตรการประหยัดพลังงานภายในองค์กรอย่างจริงจัง เพื่อร่วมเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และขับเคลื่อนองค์กรตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESG)
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและส่งออกน้ำมันดิบสำคัญของโลก ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนด้านพลังงานทั่วโลก คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้หน่วยงานทุกภาคส่วนร่วมลดการใช้พลังงานและเฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน
ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเพื่อภาคเกษตร พร้อมสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถลดต้นทุนและยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ผ่าน สินเชื่อเพื่อเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตร (Smart Tech) ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการเกษตร โดยกำหนดระยะเวลาชำระเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี นับตั้งแต่วันกู้เงิน
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังสนับสนุน สินเชื่อ BCG Model เพื่อส่งเสริมการพัฒนาภาคการเกษตรตามแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งประกอบด้วย
สินเชื่อเพื่อเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy Credit)
สินเชื่อเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Credit)
สินเชื่อสีเขียว (Green Credit)
โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ทั้งนี้ กรณีกู้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน และพิเศษไม่เกิน 18 เดือน ส่วนการกู้เพื่อลงทุนสามารถผ่อนชำระคืนได้สูงสุดภายใน 15 ปี ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center 02 555 0555 ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
นอกจากมาตรการสนับสนุนสินเชื่อแล้ว ธ.ก.ส. ยังดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานภายในองค์กร เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน แบ่งออกเป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่
1. มาตรการประหยัดพลังงานไฟฟ้า เช่น รณรงค์ใช้บันไดแทนลิฟต์ ลดการสวมสูทหรือเนคไทเพื่อช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ (Cool Mode) ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน ตั้งค่าเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส และปิดเครื่องก่อนเลิกงาน 30 นาที รวมถึงปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์และไฟส่องสว่างเมื่อไม่ใช้งาน
2. มาตรการประหยัดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เช่น การทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) ตามความเหมาะสมของสายงาน การวางแผนการเดินทางเพื่อลดการใช้น้ำมัน การส่งเสริมการใช้ระบบ Carpool หรือขนส่งสาธารณะ และการประชุมผ่านระบบ Video Conference แทนการเดินทาง
ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานโลก และร่วมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน
![]()













