เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรือสินค้าของไทย “มยุรี นารี” (M.V. Mayuree Naree) กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงการเดินเรือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะคำถามสำคัญเกี่ยวกับ การตัดสินใจเดินเรือผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของโลก
ล่าสุด บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL เจ้าของเรือ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและอัปเดตสถานการณ์ของลูกเรือ
ลูกเรือไทย 20 คนปลอดภัย ถึงฝั่งโอมานแล้ว
ข้อมูลจากบริษัทระบุว่า ลูกเรือชาวไทย 20 คนได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งที่ประเทศโอมานอย่างปลอดภัย และขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต เพื่อเตรียมการเดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ยังมี ลูกเรืออีก 3 คนที่ยังอยู่ระหว่างการค้นหา โดยปฏิบัติการค้นหาได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน ทั้ง
กองทัพเรือไทย
กระทรวงการต่างประเทศไทย
หน่วยงานของรัฐบาลโอมาน
กรมเจ้าท่า
ศูนย์ประสานงานความมั่นคงทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO)
รวมถึงหน่วยงานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
ขณะนี้ กองทัพเรือโอมานยังคงดำเนินภารกิจค้นหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 3 คนที่ยังสูญหาย
ปมคำถาม “ทำไมต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”
หนึ่งในประเด็นสำคัญของเหตุการณ์ครั้งนี้ คือคำถามเกี่ยวกับ การเลือกเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ และถือเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานและสินค้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
PSL ชี้แจงว่า ก่อนที่เรือจะออกจากอ่าวเปอร์เซีย บริษัทได้ทำการ ประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างรอบด้าน โดยมีการปรึกษากับ
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางทะเล
บริษัทประกันภัย
หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเดินเรือ
ผลการประเมินในขณะนั้นเห็นว่า ยังสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หากมีการเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้น
ที่สำคัญ บริษัทระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีคำเตือนเฉพาะจากหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเลที่ระบุว่าไม่ควรเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว ทำให้การตัดสินใจใช้เส้นทางนี้ยังถือว่าอยู่ในกรอบการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานของอุตสาหกรรม
มาตรการความปลอดภัยระหว่างการเดินเรือ
PSL ระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนและระหว่างการเดินเรือ เรือมยุรี นารีได้ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด รวมถึงปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการรายงานความปลอดภัยทางทะเล
ตลอดช่วงเวลาการเดินเรือ เรือได้มีการ ติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับหน่วยงานด้านความปลอดภัย ได้แก่
ศูนย์ประสานงานความมั่นคงทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO)
กองทัพเรือไทย
ศูนย์ความปลอดภัยทางทะเลที่เกี่ยวข้อง
ภารกิจค้นหาที่ยังไม่สิ้นสุด
แม้ว่าลูกเรือส่วนใหญ่จะได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย แต่ภารกิจสำคัญยังคงอยู่ที่ การค้นหาลูกเรืออีก 3 คนที่ยังสูญหาย
PSL ยืนยันว่าจะให้ความสำคัญสูงสุดกับการติดตามและค้นหาผู้สูญหาย พร้อมทั้งดูแลสวัสดิภาพของลูกเรือที่ได้รับการช่วยเหลือ รวมถึงเร่งประสานงานเพื่อนำลูกเรือทั้งหมดเดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทได้แสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของลูกเรือ พร้อมยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์และให้การสนับสนุนอย่างเต็มความสามารถจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
![]()













