ภูเก็ต, 31 กรกฎาคม 2569 – ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่สำนักงาน BAM จังหวัดภูเก็ต ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและพังงา เพื่อพบปะผู้บริหารและพนักงาน พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยเน้นเร่งบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) และเร่งจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย (NPA) เพื่อผลักดันผลการเรียกเก็บให้เป็นไปตามเป้าหมาย 17,900 ล้านบาท
ดร.รักษ์ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ BAM ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจะเดินหน้าบริหารจัดการพอร์ตสินทรัพย์เชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
ด้านการบริหารหนี้ NPL ได้กำชับให้ทีมงานเร่งแก้ไขหนี้ตั้งแต่ยังไม่เปลี่ยนเป็นทรัพย์ NPA เพื่อลดต้นทุนการถือครองทรัพย์ พร้อมนำโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” และโมเดล “Cost Plus Framework ปิดหนี้ไว” มาปรับใช้กับลูกหนี้แต่ละราย โดยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับศักยภาพของลูกหนี้ เพื่อช่วยให้สามารถกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งลูกหนี้ สถาบันการเงิน และระบบเศรษฐกิจโดยรวม
ขณะที่การจำหน่ายทรัพย์ NPA ได้มอบนโยบายให้พนักงานปรับรูปแบบการให้บริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค อาทิ การเปิดเข้าชมทรัพย์นอกเวลาทำการและในวันหยุด รวมถึงการสร้างเครือข่ายกับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อและนักลงทุน
นอกจากนี้ BAM ยังปรับแนวทางการกำหนดราคาขายทรัพย์ โดยยึดราคาที่สามารถซื้อขายได้จริงในตลาด คำนึงถึงสภาพตลาด ระยะเวลาการถือครอง ต้นทุนการบริหาร และโอกาสในการปิดการขาย เพื่อเร่งหมุนเวียนทรัพย์และลดภาระการตั้งสำรองของบริษัท
อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือการยกระดับกระบวนการทำงานผ่านการกำหนด Service Level Agreement (SLA) ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับโอนบัญชีลูกหนี้ การติดตามหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ ไปจนถึงการดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อให้ทุกกระบวนการสามารถติดตาม วัดผล และบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.รักษ์ ยังเน้นย้ำว่า ความท้าทายในอนาคตของ BAM ไม่ใช่เพียงการสร้างผลประกอบการระยะสั้น แต่คือการสร้างองค์กรที่มีระบบการทำงานแข็งแกร่ง ถ่ายทอดองค์ความรู้จากบุคลากรรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ และเปลี่ยนจากการพึ่งพา “Super Human Being” ไปสู่การสร้างทีมงานที่มีศักยภาพและสามารถเติบโตร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
สำหรับจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ โดยคณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่สำรวจทรัพย์ NPA ศักยภาพสูงกว่า 400 ไร่ ในทำเลสำคัญ เช่น กะรน กมลา และพื้นที่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เพื่อประเมินศักยภาพและวางกลยุทธ์การตลาด รองรับความต้องการของนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ดร.รักษ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนนโยบายของ BAM ในการทำงานเชิงรุก เข้าใจบริบทของแต่ละพื้นที่ และทำงานร่วมกับสำนักงานภูมิภาคอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ สร้างโอกาสให้ลูกหนี้ได้กลับมาตั้งต้นใหม่ พร้อมผลักดันสำนักงานภูเก็ตก้าวสู่การเป็นสาขาต้นแบบของ BAM ในอนาคต
![]()















