กรุงเทพฯ – เมื่อ “ความโปร่งใส” กลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป หรือ TU ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก เดินหน้าครั้งสำคัญด้วยการประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Wholechain แพลตฟอร์มตรวจสอบย้อนกลับระดับสากล เพื่อยกระดับระบบ Traceability แบบดิจิทัลครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน จาก “ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” ภายในระยะเวลา 24 เดือน
ดีลความร่วมมือครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่คือการ “วางโครงสร้างใหม่” ของอุตสาหกรรมอาหารทะเลในระดับโลก ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่เรือประมง ฟาร์มเพาะเลี้ยง กระบวนการผลิต ไปจนถึงมือผู้บริโภค โดยใช้ระบบที่สามารถทำงานร่วมกันได้ (Interoperable) บนมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนอยู่ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030 ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 10 และยังคงเน้น 3 แกนหลัก ได้แก่ การปกป้องทรัพยากรทางทะเล การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ และการสร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่คุณค่า โดยการจับมือกับ Wholechain ถือเป็น “ตัวเร่ง” ที่ทำให้เป้าหมายเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ในเฟสแรก ไทยยูเนี่ยนจะโฟกัสไปที่ “ปลาทูน่า” และ “กุ้ง” ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ก่อนขยายไปยังสายพันธุ์อื่นในระยะถัดไป โดยระบบใหม่จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามข้อมูล ลดต้นทุน และทำให้บริษัทสามารถมองเห็นภาพรวมของซัพพลายเชนได้แบบ End-to-End
ที่สำคัญ เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วย “แปลข้อมูลให้เป็นภาษากลาง” ของอุตสาหกรรม ผ่านการอ้างอิงมาตรฐานสากลอย่าง Global Dialogue on Seafood Traceability ซึ่งปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในกรอบสำคัญที่ช่วยให้ผู้เล่นในห่วงโซ่อุปทานสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจคือการต่อยอดระบบ Can Tracker บนบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์ในเครือ ไม่ว่าจะเป็น Chicken of the Sea, John West หรือ King Oscar เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถ “สแกนและรู้ที่มา” ของอาหารทะเลที่ตนเลือกซื้อได้ทันที สะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับที่มา ความปลอดภัย และความยั่งยืน
ในมุมของธุรกิจ ความร่วมมือนี้ยังช่วยให้ไทยยูเนี่ยน “พร้อมรับกฎระเบียบใหม่” ที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก ทั้งจากหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ค้าปลีก และฟู้ดเซอร์วิส ที่เริ่มกำหนดให้ระบบตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัลเป็นมาตรฐานใหม่
ขณะที่ฝั่ง Wholechain มองว่า การร่วมงานกับไทยยูเนี่ยนซึ่งมีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมทั่วโลก จะช่วยยกระดับ Traceability จาก “เครื่องมือสนับสนุน” ไปสู่ “โครงสร้างหลักของธุรกิจ” และอาจกลายเป็น Benchmark ใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารทะเลในอนาคต
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่คือการ “สร้างความเชื่อมั่น” ให้กับผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านข้อมูลจริงที่ตรวจสอบได้ และเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่า อุตสาหกรรมอาหารทะเลกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ความโปร่งใส” ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือมาตรฐานใหม่ของการแข่งขัน
![]()













