สถานการณ์บุหรี่ผิดกฎหมายในประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วง แม้หน่วยงานภาครัฐอย่างกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรจะเดินหน้าปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แต่ “ตลาดมืดออนไลน์” กลับขยายตัวรวดเร็ว โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและกลุ่มปิดออนไลน์ที่กำลังกลายเป็นช่องทางหลักในการกระจายสินค้า
สมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยผลวิเคราะห์บทสนทนาออนไลน์เกี่ยวกับการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2568 พบโพสต์เกี่ยวข้องมากถึง 1,240 โพสต์ ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน โดยแพลตฟอร์มที่พบการซื้อขายมากที่สุดคือ Facebook Groups จำนวน 1,096 โพสต์ แซงหน้า X (Twitter) ที่เคยเป็นช่องทางหลักในช่วงก่อนหน้า
นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย ระบุว่า การซื้อขายเริ่มเปลี่ยนจากแพลตฟอร์มเปิดไปสู่ “คอมมูนิตี้แบบปิด” มากขึ้น เพราะสามารถสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ลดความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบ และเอื้อต่อการทำธุรกรรมที่รวดเร็ว
จากการสำรวจพบว่า ผู้ค้าบุหรี่เถื่อนออนไลน์มีการปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้คำว่า “บุหรี่นอก” หรือ “บุหรี่ต่างประเทศ” เพื่อสร้างภาพลักษณ์พรีเมียม ชูจุดขายเรื่องรสชาติหลากหลาย ราคาถูก และคุณภาพดีกว่าบุหรี่ถูกกฎหมายในประเทศ โดยราคาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอยู่ในช่วง 200–299 บาทต่อคอตตอน พร้อมเน้นขายแบบยกคอตตอนมากกว่าขายแยกซอง
อีกหนึ่งเทคนิคสำคัญคือการสร้าง “ความน่าเชื่อถือ” ผ่านการโพสต์ภาพสต็อกสินค้า โชว์คลังสินค้า ใช้ระบบเก็บเงินปลายทาง และเชิญชวนลูกค้าเข้ากลุ่มปิดหรือพูดคุยผ่าน LINE เพื่อลดความกังวลเรื่องการถูกโกง หลังพบว่ามีการพูดถึงปัญหาสแกมเมอร์เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ซื้อ
นอกจากนี้ ยังพบการติดแฮชแท็กชื่อพื้นที่สำคัญ เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ เพื่อเพิ่มการมองเห็นโพสต์ในพื้นที่เป้าหมาย รวมถึงการติดแฮชแท็กชื่อมหาวิทยาลัย ซึ่งสะท้อนความพยายามเข้าถึงกลุ่มเยาวชนและนักศึกษาโดยตรง จนกลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายกังวล
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับการแถลงของ กรมศุลกากร เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่ระบุว่า ปัจจุบันขบวนการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ผิดกฎหมายหันมาใช้ช่องทางออนไลน์ส่งตรงถึงผู้บริโภคมากขึ้น ส่งผลให้กรมฯ ต้องปรับมาตรการเฝ้าระวัง พร้อมนำเทคโนโลยี X-ray มาใช้ตรวจสอบพัสดุตามศูนย์คัดแยกของบริษัทขนส่ง
สมาคมการค้ายาสูบไทยจึงเรียกร้องให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ “ดีอี” เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกกับแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะการปิดกั้นเพจ กลุ่ม คีย์เวิร์ด และโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่เถื่อน รวมถึงประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการขนส่งพัสดุ เพื่อสกัดการกระจายสินค้าผิดกฎหมายอย่างเป็นระบบ
สมาคมฯ มองว่า หากยังไม่สามารถจัดการ “เส้นเลือดใหญ่” ของตลาดมืดออนไลน์ได้อย่างจริงจัง ปัญหาบุหรี่เถื่อนจะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง และเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงสินค้าผิดกฎหมายได้ง่ายขึ้นในอนาคต
![]()














