ตลาดสินค้าลักชัวรีของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เมื่อผลการศึกษาล่าสุดจาก STAMINA Asia และ Marketbuzzz ร่วมกับหอการค้าฝรั่งเศส-ไทย สะท้อนว่า แม้คนรุ่นใหม่ไทยยังคงมีกำลังซื้อและนิยมสินค้าแบรนด์หรู แต่เหตุผลในการเลือกซื้อได้เปลี่ยนจากการแสดงสถานะทางสังคม ไปสู่การแสวงหา “คุณค่า” ที่จับต้องได้ ทั้งประสบการณ์ที่เหนือระดับ การบริการเฉพาะบุคคล และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
ผลสำรวจผู้บริโภคชาวไทยอายุ 20-35 ปี จำนวน 300 คน พบว่า 89% ซื้อสินค้าลักชัวรีอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยในการซื้อครั้งล่าสุดอยู่ที่ 42,250 บาท สะท้อนว่าตลาดสินค้าหรูยังคงแข็งแกร่ง แม้อยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน
ขณะเดียวกัน 93% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังเชื่อมั่นในอนาคตของตนเอง แม้มีเพียง 56% ที่มั่นใจต่อทิศทางของประเทศ ส่งผลให้ผู้บริโภคยุคใหม่เลือกใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากขึ้น พร้อมยอมจ่ายในราคาพรีเมียมหากได้รับความคุ้มค่าที่สมเหตุสมผล
ผลวิจัยยังพบว่า “คุณภาพ” และ “ความน่าเชื่อถือของแบรนด์” ยังคงเป็นหัวใจของความหรูหรา โดย 92% มองว่าแบรนด์ที่น่าเชื่อถือคือองค์ประกอบสำคัญ ขณะที่ 91% ให้ความสำคัญกับการออกแบบและสไตล์ และ 90% มองว่าการซื้อสินค้าหรูคือการให้รางวัลกับตัวเอง มากกว่าจะเป็นเพียงการแสดงฐานะ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนคือความคาดหวังของผู้บริโภคต่อประสบการณ์ที่ได้รับจากแบรนด์ ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 96% ให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม 95% ต้องการประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าจดจำ ขณะที่ 94% ต้องการพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญ และ 93% อยากได้รับคำแนะนำหรือค้นพบผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
ในด้านแบรนด์ที่ได้รับการจดจำมากที่สุด แบรนด์หรูจากยุโรปยังคงครองใจผู้บริโภคไทย โดย Louis Vuitton ครองอันดับหนึ่ง 43% ตามด้วย Chanel 38% และ Gucci 33% ขณะที่ประเทศฝรั่งเศสยังได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นแบบของสินค้าลักชัวรีคุณภาพสูง ตามมาด้วยอิตาลี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
ผลการศึกษายังสะท้อนว่า แม้สินค้าหรูประเภทแฟชั่น กระเป๋า นาฬิกา และเครื่องประดับ จะยังเป็นแกนหลักของตลาด แต่ความต้องการด้าน “Luxury Experience” กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่ง บริการความงาม และไลฟ์สไตล์ระดับสูง ซึ่งเปิดโอกาสให้แบรนด์ขยายธุรกิจไปไกลกว่าการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือบทบาทของเทคโนโลยี ผู้บริโภคมองว่าอนาคตของตลาดลักชัวรีจะขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดย 94% ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ขณะที่ 89% เชื่อว่า AI และเทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทในการสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำสินค้าที่ตรงกับความต้องการ การให้บริการเฉพาะบุคคล หรือการเชื่อมต่อประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ
นอกจากนี้ ความยั่งยืนยังกลายเป็น “มาตรฐานพื้นฐาน” ที่ผู้บริโภคคาดหวังจากแบรนด์หรู ทั้งในเรื่องความโปร่งใสของแหล่งที่มาวัตถุดิบ การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ และการใส่ใจสิ่งแวดล้อม แม้จะไม่ใช่เหตุผลหลักในการตัดสินใจซื้อ แต่ถือเป็นคุณสมบัติที่แบรนด์ยุคใหม่ไม่สามารถมองข้ามได้
ผลวิจัยจึงสะท้อนภาพชัดว่า ตลาดลักชัวรีไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านภาพลักษณ์ ไปสู่การแข่งขันด้าน “คุณค่าของประสบการณ์” แบรนด์ที่สามารถผสานมรดกของแบรนด์เข้ากับเทคโนโลยี การบริการเฉพาะบุคคล และความรับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างลงตัว จะเป็นผู้ที่ครองใจผู้บริโภครุ่นใหม่ และสร้างความภักดีต่อแบรนด์ได้ในระยะยาว
![]()














