ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics เปิดบทวิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนไทย โดยประเมินว่าอุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” หลังอุปสงค์ในประเทศเริ่มอิ่มตัวจากการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากร เศรษฐกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภค ส่งผลให้การเติบโตในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มชะลอลง พร้อมคาดว่ามูลค่าตลาดโรงพยาบาลเอกชนไทยในปี 2569 จะขยายตัวเพียง 2.4% จากปีก่อน คิดเป็นมูลค่าตลาดราว 340,000 ล้านบาท
รายงานระบุว่า แม้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนจะยังเป็นธุรกิจที่มีความจำเป็นและได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างจำกัด แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566-2568) อัตราการเติบโตเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 2% ต่อปี จากเดิมที่ช่วงปี 2555-2565 เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 11.6% ต่อปี สะท้อนว่าตลาดกำลังเปลี่ยนจากการเติบโตตาม “จำนวนผู้ป่วย” ไปสู่การแข่งขันด้าน “คุณภาพบริการ” มากขึ้น
ข้อมูลยังพบว่า จำนวนผู้ป่วยชาวไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 0.9% ต่อปี ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.5% ต่อปี แม้ยังมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับผู้ป่วยไทย แต่เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้สูงกว่า โดยรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเติบโตเฉลี่ย 8.5% ต่อปี เทียบกับรายได้จากผู้ป่วยไทยที่เติบโตเพียง 1.3%
ttb analytics ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางการแข่งขันของธุรกิจในอนาคต มี 2 ด้านหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสุขภาพของผู้บริโภค
ด้านโครงสร้างประชากร ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ขณะที่ประชากรวัยทำงานลดลง ส่งผลต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจใช้บริการทางการแพทย์ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ที่เฉลี่ยสูงถึง 10-11% ต่อปี สูงกว่าการเติบโตของรายได้ครัวเรือนที่เฉลี่ยเพียง 3% ทำให้ผู้บริโภคเริ่มเปรียบเทียบราคาและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากขึ้น
นอกจากนี้ การเริ่มใช้ระบบประกันสุขภาพแบบ Co-payment ตั้งแต่ปี 2568 อาจทำให้ผู้บริโภคลดการใช้บริการที่ไม่จำเป็นในระยะสั้น แต่ในระยะยาวคาดว่าจะช่วยขยายฐานผู้ถือประกันสุขภาพ และกลายเป็นอุปสงค์ใหม่ของโรงพยาบาลเอกชน
ขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนจากการ “รักษาเมื่อเจ็บป่วย” ไปสู่ “การดูแลสุขภาพเชิงรุก” โดยมองโรงพยาบาลในฐานะ “Lifelong Health Partner” หรือผู้ดูแลสุขภาพตลอดชีวิต ส่งผลให้ความต้องการบริการด้าน Wellness เวชศาสตร์ป้องกัน การดูแลผู้สูงอายุ และการรักษาเฉพาะทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลในช่วงปี 2566-2568 พบว่า ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเติบโตเฉลี่ย 22.9% ต่อปี โรงพยาบาลเฉพาะทางเติบโต 34% ต่อปี และธุรกิจ Wellness เติบโต 11.4% ต่อปี สะท้อนแนวโน้มการใช้บริการสุขภาพเชิงป้องกันที่ขยายตัวชัดเจน
เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ttb analytics แนะนำให้โรงพยาบาลเอกชนเร่งปรับกลยุทธ์จากการหารายได้จากค่ารักษาพยาบาลแบบเดิม ไปสู่การให้บริการด้านสุขภาพแบบครบวงจร โดยเน้น 3 กลุ่มบริการสำคัญ ได้แก่
การแพทย์เฉพาะทาง รองรับสังคมสูงวัยและโรคซับซ้อน
เวชศาสตร์ความงาม ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย
เวชศาสตร์เชิงป้องกันและการดูแลสุขภาพระยะยาว เพื่อเพิ่มความถี่ในการเข้ารับบริการของลูกค้า
พร้อมกันนี้ ควรยกระดับ Medical Tourism จากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ผลลัพธ์การรักษา และประสบการณ์ของผู้ป่วย รวมถึงเจาะตลาด Niche Medical Tourism เช่น การรักษาภาวะมีบุตรยาก ศัลยกรรมยืนยันเพศ การฟื้นฟูผู้สูงอายุ และบริการ Long-Term Wellness ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่า
ttb analytics มองว่า การแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่เน้น “Volume” หรือจำนวนผู้ป่วย ไปสู่การสร้าง “Value” ผ่านการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร จากการเป็นสถานที่ “รักษาโรค” สู่การเป็นผู้บริหารสุขภาพของผู้บริโภคตลอดช่วงชีวิต ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการแพทย์ไทยในระยะยาว
![]()















