เชียงราย – สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เดินหน้าขยายผลการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม มอบเกียรติบัตรและป้ายยกย่อง 6 ชุมชนต้นแบบ “ศูนย์ชุมชนเกษตรกรสู้ควัน” ในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา เพื่อเชิดชูชุมชนที่นำนวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ลดการเผาในที่โล่ง พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
พิธีจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ณ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, ศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา วงศ์เกษมจิตต์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนเข้าร่วม
โครงการดังกล่าวดำเนินงานภายใต้ชื่อ “การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือด้วยนวัตกรรมบูรณาการเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน” โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมจาก วช.
ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. มุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาของประเทศได้จริง การยกย่อง 6 ชุมชนต้นแบบครั้งนี้สะท้อนความสำเร็จของการนำนวัตกรรมมาช่วยลดการเผา ลดฝุ่น PM2.5 และสร้างระบบบริหารจัดการชีวมวลทางการเกษตรอย่างครบวงจร ผ่านความร่วมมือระหว่างนักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ จนสามารถยกระดับทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของชุมชน พร้อมเป็นต้นแบบขยายผลไปยังพื้นที่อื่นของประเทศ
ด้านนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยการสนับสนุนจาก วช. ทำให้เกิดการนำนวัตกรรมและองค์ความรู้ไปใช้ในพื้นที่จริง เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และช่วยเพิ่มศักยภาพของชุมชนในการบริหารจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการเผาและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน
ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา วงศ์เกษมจิตต์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาในพื้นที่ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถจัดการชีวมวลและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้อย่างเหมาะสม ลดการเกิดจุดความร้อน และเพิ่มมูลค่าทรัพยากรในท้องถิ่น
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย ระบุว่า โครงการมุ่งพัฒนาแนวทางลดการเผาในพื้นที่เกษตร ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ ไบโอชาร์ น้ำส้มควันไม้ และผลิตภัณฑ์ชีวมวล เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกร ควบคู่กับการลดจุดความร้อนและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืนในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา
สำหรับ 6 ชุมชนต้นแบบ “ศูนย์ชุมชนเกษตรกรสู้ควัน” ประกอบด้วย
ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่สาย จ.เชียงราย
ศูนย์ข้าวชุมชนข้าวปลอดสารพิษ ต.แม่อ้อ อ.พาน จ.เชียงราย
กลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ทุ่งต้อม ต.ศรีดอนไชย อ.เทิง จ.เชียงราย
กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ข้าว ต.งิ้ว อ.เทิง จ.เชียงราย
กลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ ต.ห้วยยางขาม อ.จุน จ.พะเยา
ศูนย์ข้าวชุมชน ต.สันโค้ง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา
ทั้ง 6 แห่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการจัดการชีวมวล ลดการเผาในพื้นที่เกษตร และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และภาควิจัย เพื่อขยายผลการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ไปยังพื้นที่อื่นในอนาคต
ภายในงาน ผู้บริหารยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลสำเร็จของงานวิจัยและผลิตภัณฑ์จากชุมชน ซึ่งเป็นผลจากการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการเพิ่มมูลค่าชีวมวล การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง สะท้อนให้เห็นศักยภาพของงานวิจัยไทยในการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน
![]()















