ในยุคที่ความยั่งยืนเป็นมากกว่าแค่แนวคิด แต่เป็นเป้าหมายที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม TOA ผู้นำด้านนวัตกรรมสี และ แสนสิริ ดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ของไทย ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ภายใต้พันธกิจ “ก้าวอย่างกรีน” (Green Mission) เพื่อผลักดันวงการอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมก่อสร้างไปสู่เป้าหมาย Net-Zero GHG emissions อย่างเป็นรูปธรรม
แสนสิริ x TOA: ก้าวสู่ Net-Zero ด้วยนวัตกรรมสีเขียว
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เป็น ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทย ที่ประกาศเป้าหมาย Net-Zero อย่างจริงจัง โดยผนึกกำลังกับ TOA เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตสีและวัสดุก่อสร้างที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
ประเสริฐ ตระการวชิรหัตถ์ รองกรรมการผู้จัดการของแสนสิริ เปิดเผยว่า “แสนสิริให้ความสำคัญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และเราเชื่อว่าภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลง เราจึงปรับกระบวนการทำงานตามแนวทาง ESG (Environment – Social – Governance) และขอบคุณ TOA ที่เป็นพันธมิตรสำคัญในการร่วมขับเคลื่อน Green Ecosystem ของเรา”
นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก: ลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 1,215 ตัน
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การใช้วัสดุสีเขียว แต่คือการปรับกระบวนการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน
แสนสิริ นำ ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกของ TOA ที่ผ่านการรับรอง ฉลากลดโลกร้อน (CFR) มาใช้ใน 22 โครงการ และมีแผนขยายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง
การใช้สีและวัสดุก่อสร้างจาก TOA ตั้งแต่ปี 2565 – 2567 ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 1,215 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้สัก 108 ไร่
TOA พัฒนานวัตกรรมสี “ซุปเปอร์ชิลด์” ซึ่งช่วยสะท้อนความร้อนสูงถึง 97.5% ทำให้บ้านเย็นลง 5.5 องศาเซลเซียส ลดการใช้พลังงานและค่าไฟฟ้าในระยะยาว
จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TOA กล่าวว่า “เราดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมาตลอดกว่า 60 ปี โดยเป็นผู้ผลิตสีรายแรกที่ยกเลิกการใช้ สารโลหะหนัก ปรอท และตะกั่ว ตั้งแต่ปี 2520 และเราจะเดินหน้าต่อไปเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน”
โมเดลธุรกิจสีเขียว: Green Supply Chain & Waste Management
แสนสิริมุ่งเน้นการพัฒนาโมเดลธุรกิจแบบ Green Supply Chain โดยร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 4,000 รายในการออกแบบและพัฒนาวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โรงงานพรีคาสท์สีเขียวรายแรกของไทย ลดขยะจากการผลิต ได้ถึง 98%
การใช้เทคโนโลยี BIM (Building Information Modelling) ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง ตั้งเป้าลดการใช้พลังงานให้ได้ 50% ภายในปี 2568
อนาคตของอุตสาหกรรมอสังหาฯ ไทย: เดินหน้าสู่ความยั่งยืน
แม้ว่าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จะไม่ใช่ภาคธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงในสัดส่วนสูง แต่ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจนี้ต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาล ความร่วมมือระหว่าง แสนสิริ และ TOA ถือเป็นตัวอย่างขององค์กรไทยที่ไม่เพียงแต่พัฒนาธุรกิจของตนเอง แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศไปสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy)
“การสร้างบ้านที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และเราหวังว่าสิ่งที่ TOA และแสนสิริร่วมมือกันจะเป็นแรงบันดาลใจให้ธุรกิจอื่นๆ หันมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น” นายจตุภัทร์ กล่าวปิดท้าย
สรุป: ความร่วมมือของ TOA และแสนสิริ ไม่เพียงแต่เป็น ก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่ยังเป็น ต้นแบบของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะมีผลต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนไทยในอนาคต
![]()














