การเคหะแห่งชาติเปิดเผยยอดจองอาคารเช่าในโครงการพระนครศรีอยุธยา (โรจนะ) ระยะที่ 1 ที่พุ่งสูงถึง 351 ราย จากจำนวน 441 หน่วย คิดเป็น 79.59% ของโครงการ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดที่อยู่อาศัยเพื่อเช่ากำลังได้รับความสนใจ โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่มีแรงงานหลั่งไหลเข้ามาทำงานจำนวนมาก
ทำเลที่ตอบโจทย์กลุ่มแรงงาน
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทำเลของโครงการอยู่ใกล้ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ของภาคกลาง โดยรอบยังมีตลาด ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษา พร้อมเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมต่อถนนสายหลัก ทำให้การเดินทางสะดวกสบาย ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น
จากข้อมูลของการเคหะแห่งชาติ แรงงานในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นประชากรแฝงที่ย้ายถิ่นฐานมาทำงานจากต่างจังหวัด และมีแนวโน้มเลือก เช่าที่พักอาศัยมากกว่าซื้อ เนื่องจากต้องการความยืดหยุ่นทางการเงินและการใช้ชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยที่กำลังเปลี่ยนไป
ราคาที่เข้าถึงได้และสิทธิพิเศษ
โครงการเสนอราคาค่าเช่าที่ 1,500 – 1,900 บาทต่อเดือน โดยมีค่าประกันการเช่า 1 เดือน และค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ทำสัญญาช่วงเปิดโครงการ 21-23 มีนาคม 2568 ที่จะได้รับ ส่วนลดค่าเช่า 200 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน นับเป็นมาตรการกระตุ้นให้ผู้สนใจตัดสินใจทำสัญญาได้เร็วขึ้น

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการนี้คือการออกแบบที่รองรับ กลุ่มผู้สูงอายุและคนพิการ โดยเฉพาะชั้น 1 ของอาคารที่มีสิทธิให้เช่าก่อน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษ เช่น ทางลาดสำหรับรถเข็น ประตูห้องน้ำบานเลื่อน และราวจับในห้องน้ำ ซึ่งช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกขึ้น
มาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวก
ภายในโครงการมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ไม่ว่าจะเป็น กล้องวงจรปิดและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงลานจอดรถขนาดใหญ่ รองรับจำนวนผู้อยู่อาศัยได้อย่างเพียงพอ
อนาคตของตลาดอาคารเช่าในประเทศไทย
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการอาคารเช่าอยุธยา (โรจนะ) เป็นเพียงหนึ่งในหลายโครงการที่การเคหะแห่งชาติกำลังดำเนินการอยู่ โดยปัจจุบันมีโครงการลักษณะเดียวกันอีก 18 แห่งทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง และนครราชสีมา ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของไทย

การขยายโครงการลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณว่า ที่อยู่อาศัยแบบเช่าเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่ต้องการที่พักอาศัยในทำเลที่สะดวก เข้าถึงได้ง่าย และมีราคาที่เหมาะสม
สรุป
โครงการอาคารเช่าอยุธยา (โรจนะ) กำลังได้รับความสนใจสูงจากกลุ่มแรงงานในพื้นที่ ด้วย ทำเลที่ใกล้แหล่งงาน ค่าเช่าที่เข้าถึงได้ และมาตรฐานความปลอดภัยที่ดี สิ่งเหล่านี้อาจเป็นแนวทางให้ตลาดที่อยู่อาศัยเพื่อเช่าในไทยเติบโตมากขึ้นในอนาคต
ผู้สนใจสามารถเข้าชมห้องตัวอย่างที่โครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่าน Call Center 1615 หรือเว็บไซต์ www.nha.co.th
![]()














