Thursday, May 14, 2026
3-TOA
previous arrow
next arrow
HomeThailand & World Todayสถาบันยุวทัศน์ฯ - เครือข่ายคนรุ่นใหม่ - สสส. ขอบคุณนายกฯ กวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้า ร้านค้าทยอยปิด วอนเดินหน้ากวดขันต่อเนื่อง!

สถาบันยุวทัศน์ฯ – เครือข่ายคนรุ่นใหม่ – สสส. ขอบคุณนายกฯ กวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้า ร้านค้าทยอยปิด วอนเดินหน้ากวดขันต่อเนื่อง!

สถาบันยุวทัศน์ฯ- ภาคีเครือข่ายคนรุ่นใหม่-สสส. ขอบคุณนายกรัฐมนตรี สั่งกวดล้างบุหรี่ไฟฟ้า ชี้ จับปรับแค่ 2 สัปดาห์ ร้านค้าแห่ปิดตัวหมด วอน นายกฯ-บช.น. ปูพรมตรวจจับต่อเนื่อง ช่วยลดผู้เสพยาเสพติดรายใหม่ได้

จากกรณีที่รัฐบาล นำโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะแถลงข่าวปฏิบัติการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ณ ศูนย์กระจายบุหรี่ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ยึดบุหรี่ไฟฟ้ามูลค่ารวมกว่า 130 ล้านบาท พร้อมสั่งการให้ขยายผลกว่า 100 ร้านค้า และตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อเอาผิดหรือยึดทรัพย์ในคดีฟอกเงิน ตามความทราบแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า ยท. พร้อมด้วยเครือข่ายเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ เครือข่ายทำงานสร้างเสริมสุขภาพทั่วประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขอขอบคุณ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งหลังจากนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการปราบปรามอย่างต่อเนื่องตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นที่ชัดเจนว่าร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะรอบสถานศึกษาได้ปิดตัวลงเกือบทั้งหมด ซึ่ง ยท. ได้ลงสำรวจและเก็บข้อมูลพบว่าไม่มีร้านใดเปิดจำหน่ายอีก หากรัฐบาลคงมาตรการการปราบปรามเข้มงวดลักษณะนี้ต่อไปอย่างน้อย 3 เดือน จะทำให้ความต้องการบุหรี่ไฟฟ้าของไทย มีโอกาสหายไปที่สุด นับว่าเป็นผลดีในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า

นายพชรพรรษ์ กล่าวต่อว่า แม้จะมีประชาชนจำนวนหนึ่งได้แนะนำให้รัฐบาล ไปปราบปรามยาเสพติดมากกว่าบุหรี่ไฟฟ้า แต่จากข้อมูลที่ ยท. ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม ศึกษาพฤติกรรมการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนก่อนได้รับโทษคดียาเสพติดในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 39 แห่งทั่วประเทศ รวม 300 คน มีอายุเฉลี่ย 17 ปี พบว่า 95.4% เคยสูบบุหรี่มวน และ 79.3% เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้า ในจำนวนนี้ 76% พัฒนาไปสู่การใช้ยาเสพติดอื่นๆ ทั้งนี้ยาเสพติดที่นิยมมากที่สุดคือ ยาเสพติดประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน กัญชา กระท่อม 45.1% รองลงมาคือ ยาเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท ยาบ้า (แอมเฟตามีน) ไอซ์ ยาอี 40.5% ยาเสพติดประเภทกดประสาท ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน 8.9% และยาเสพติดประเภทหลอนประสาท เช่น แอลเอสดี (LSD) เห็ดขี้ควาย สารระเหย 5.5% “ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่า เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ ที่เริ่มสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ตั้งแต่อายุยังน้อย จะสามารถเปลี่ยนมาเป็นทั้งผู้เสพและผู้ขายยาเสพติดได้ในอนาคต ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ดังนั้นการที่จะปราบปรามยาเสพติดได้อย่างเด็ดขาด ต้องแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง คือการปกป้องเด็กและเยาวชนไทยจากการเข้าถึงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าด้วย จึงจะเป็นผลดีที่สุด ทั้งนี้ขอเป็นกำลังใจให้รัฐบาลเดินหน้าต่อไปเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยคุกคามทางสุขภาพ” นายพชรพรรษ์ กล่าว

Loading

RELATED ARTICLES
SUP
previous arrow
next arrow

Most Popular

PDPA Icon

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ เราใช้คุกกี้ คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้ที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

บันทึกการตั้งค่า