บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เดินหน้ายกระดับกระบวนการบริหารจัดการหนี้เสียอย่างยั่งยืน ด้วยการเปิดตัว “TDR Factory” หรือโรงงานแก้หนี้ที่ใช้เทคโนโลยี AI และระบบ Automation สร้างเงื่อนไขปรับโครงสร้างหนี้แบบเฉพาะตัวที่ตรงจุด รวดเร็ว และลดการใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล โดยมุ่งเป้าให้ลูกหนี้สามารถกลับมามีสุขภาพทางการเงินที่ดี พร้อมประกาศจับมือพันธมิตรตั้ง FA Center (Financial Advisory Center) ดูแลลูกหนี้ดีที่มีพฤติกรรมผ่อนชำระปกติ เพื่อช่วยผลักดันกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM กล่าวว่า ขณะนี้ BAM ถือครองส่วนแบ่งตลาด NPL/NPA เกือบ 50% ของประเทศ และมีศักยภาพบริหารจัดการหนี้ได้สูงถึง 1 แสนล้านบาทต่อปี จากพอร์ตหนี้รวมกว่า 5 แสนล้านบาท ขณะที่ AMC รายอื่น 84 แห่งในตลาด สามารถจัดการได้ราว 2 แสนล้านบาท เท่านั้น ซึ่งเพียงพอรองรับเพียง 20% ของปริมาณหนี้เสียในระบบการเงิน หากพิจารณาจาก “แม่น้ำ” แห่งหนี้ เช่น
แม่น้ำปิง: หนี้เสียจากธนาคารพาณิชย์ประมาณ 5 แสนล้านบาท
แม่น้ำวัง: หนี้เสียจาก SFIs อีก 3.3 แสนล้านบาท
แม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน: หนี้กลุ่ม SME กว่า 1.2 ล้านล้านบาท ที่เสี่ยงไหลบ่าหลังมาตรการรัฐสิ้นสุด
BAM จึงประกาศบทบาท “แก้มลิงแห่งชาติ” ในการทำหน้าที่ Recycling Machine สำหรับหนี้เสีย โดยเน้นการเร่งสร้าง TDR Factory เป็นระบบบริหารจัดการหนี้อย่างมืออาชีพที่สามารถวิเคราะห์และสร้างแผนปรับโครงสร้างหนี้ได้อย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ BAM ยังจับมือพันธมิตรจัดตั้ง FA Center ที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการเงิน คัดกรองลูกหนี้กลุ่ม “ดี” ที่ผ่อนปกติอย่างน้อย 6–12 งวด ให้สามารถเดินหน้าต่อในระบบเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องวนกลับเข้าสู่ระบบหนี้ซ้ำอีก พร้อมประสานงานกับ NCB เพื่อเสนอโค้ดพฤติกรรมทางการเงินใหม่ให้กับลูกหนี้ AMC กลุ่มนี้ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการ “ฟื้นฟู” ไม่ใช่เพียง “แก้ไข”
โมเดลนี้จึงสะท้อนแนวทางใหม่ของ BAM ในการบริหารหนี้เสียที่ไม่เพียงลดภาระในระบบการเงินเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหนี้สามารถ “กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี” และช่วยพลิกเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแรงอย่างแท้จริง
![]()













