(กรุงเทพฯ – 15 กรกฎาคม 2568) – สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เตือนสังคมไทยเร่งเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ใช้ AI” มาเป็น “ผู้วางกลยุทธ์การใช้ AI” เพื่อเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมครั้งใหญ่ที่เกิดจากการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ซึ่งกำลังเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ในอาชีพต่าง ๆ อย่างรวดเร็วเกินคาด
AI = อำนาจเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่เครื่องมือ
รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริเดช บุญแสง อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. และกรรมการสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมืออัจฉริยะสำหรับอำนวยความสะดวกอีกต่อไป แต่กลายเป็น “พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” และ “อำนาจเชิงโครงสร้าง” ที่ประเทศมหาอำนาจทั่วโลก เช่น สหรัฐฯ และจีน ต่างแข่งขันลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อครอบครองข้อมูลและเทคโนโลยี AI เช่น กรณีที่ Meta ซื้อผู้เชี่ยวชาญอย่าง Alexandr Wang หรือ Google ที่ซื้อโรงงานไฟฟ้าเพื่อรองรับ AI cluster
ธุรกิจ 1,000 ล้านดอลลาร์… ใช้คนแค่คนเดียว ที่เหลือคือ AI
ดร.ศิริเดช เผยว่า แนวโน้มในอีก 3-5 ปี จะเริ่มเห็น “บริษัทยูนิคอร์น” ที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ แต่มีพนักงานเพียง 1 คน และใช้ AI หรือหุ่นยนต์เป็นแรงงานหลักแทบทั้งหมด โดยเฉพาะในธุรกิจเทคโนโลยีที่เริ่มใช้ระบบอัตโนมัติแทนแรงงานคนอย่างจริงจัง
AI ไม่ใช่แค่ Data แต่คือการถ่ายทอดความรู้ของมนุษย์
หนึ่งในเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสามารถของ AI คือ RLHF (Reinforcement Learning with Human Feedback) ซึ่งเปิดโอกาสให้ AI “ดูดซับความรู้ของมนุษย์” อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ AI ในวันนี้สามารถทำงานแทนแพทย์ วิศวกร หรือที่ปรึกษาได้ แม้กระทั่งสร้างคอนเทนต์แทนดารานักแสดง ซึ่งเริ่มถูกทดแทนด้วยโมเดล AI ที่สามารถ “ร้อง เต้น แสดง” ได้อย่างสมจริง
กลยุทธ์ที่คนไทยต้องรู้: เปลี่ยน Mindset – ออกแบบ Business Model
> “ประเทศไทยต้องหยุดใช้ AI แบบตามใจ และหันมาใช้ AI แบบมีกลยุทธ์”
ดร.ศิริเดชเน้นย้ำว่า คนไทยต้องเรียนรู้ว่า ข้อมูลแบบไหนควรป้อน AI และ วางโมเดลธุรกิจอย่างไรให้สอดคล้องกับโครงสร้าง AI เช่น ใครคือลูกค้า ใครคือผู้ใช้ ใครคือตัวลงทุน มีใครพร้อมจ่าย และคุ้มค่าแค่ไหน? ทั้งหมดนี้คือคำถามที่คนไทยต้องตอบให้ได้ เพื่อไม่ตกขบวน AI
อาชีพที่กำลังถูกแทนที่: โปรแกรมเมอร์จูเนียร์ – แพทย์อายุรกรรม – นักสร้างสื่อ
ดร.ศิริเดชเตือนว่า อาชีพที่เน้นความรู้พื้นฐานหรือการทำงานซ้ำๆ เช่น โปรแกรมเมอร์ระดับเริ่มต้น นักตัดต่อวิดีโอ หรือแพทย์อายุรกรรม เริ่มถูกแทนที่แล้ว และจะถูกกระทบหนักในระยะเวลาอันใกล้ หากไม่เพิ่มทักษะหรือพัฒนา Soft Skill และ Creative Thinking ที่ AI ยังเลียนแบบไม่ได้
ข้อเสนอเพื่ออนาคต: เร่งทักษะคณิตศาสตร์ – ใช้ AI อย่างฉลาด – สร้างความเข้าใจจริง
สจล. เสนอว่า ประเทศไทยควรลงทุนในการยกระดับทักษะด้านคณิตศาสตร์ของประชาชน ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงการสร้างผู้เชี่ยวชาญด้าน AI แบบครบวงจร พร้อมปลูกฝังให้นักศึกษาเรียนรู้การใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ ไม่ลอกคำตอบ แต่ใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้เชิงลึก วิเคราะห์ และพัฒนา
> “อย่าลอก AI มาส่งการบ้าน เพราะนั่นคือการทำร้ายตัวเอง”
ดร.ศิริเดชกล่าวทิ้งท้ายด้วยการเน้นว่า AI ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นโอกาสสำคัญที่เปิดกว้างให้คนธรรมดาสามารถสร้างธุรกิจระดับโลกได้ หากใช้ AI อย่างเข้าใจและสร้างสรรค์
![]()














