กรุงเทพฯ – 23 กรกฎาคม 2568 – บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแผนดำเนินธุรกิจปี 2568 ภายใต้พันธกิจหลัก “สร้างความกินดี มีสุข” ให้กับคนไทย โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านอาหารที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การขยายตลาดด้วยนวัตกรรมสินค้า การสนับสนุนโภชนาการกีฬาเพื่อทัพนักกีฬาและประชาชนทั่วไป และการใช้เทคโนโลยี FarmAI ยกระดับเกษตรกรรมไทยสู่ความยั่งยืน พร้อมตั้งเป้าขยายผลเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่องและลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน
มร.อิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 32,663 ล้านบาท ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้ผลิตอาหารอันดับ 6 ของประเทศไทย โดยสามารถเสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพกว่า 248 ล้านมื้อ เติบโตถึง 24% ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหาร และพร้อมขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคผ่านองค์ความรู้ด้าน “AminoScience” ที่ถือเป็นจุดแข็งสำคัญของอายิโนะโมะโต๊ะ
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2568 อายิโนะโมะโต๊ะจะเดินหน้าเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านการพัฒนาสินค้ากลุ่มเครื่องปรุงรส เช่น ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะและ “รสดี” ที่มีสูตรใหม่ลดโซเดียม รวมถึงการปรับภาพลักษณ์กาแฟกระป๋อง “เบอร์ดี้” ให้ทันสมัยขึ้นเพื่อเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันยังพัฒนาอาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่นและอาหารพร้อมทาน เพื่อตอบรับกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบแต่ยังใส่ใจสุขภาพ ตลอดจนเดินหน้าสร้างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากกรดอะมิโนเพื่อคนทุกวัย เช่น “อะมิโนไวทัล” สำหรับสายสปอร์ต “อะมิโนไนท์” สำหรับผู้มีปัญหาการนอน และ “อะมิโนมอฟ” เพื่อผู้สูงอายุ
ในด้านการสนับสนุนกีฬา อายิโนะโมะโต๊ะยังคงเดินหน้าภารกิจ “Thailand Victory Project” เป็นปีที่ 7 ผ่านการสนับสนุนอาหารโภชนาการสำหรับนักกีฬาไทย โดยผสานความรู้จากญี่ปุ่นในสูตรโภชนาการ Winning Meals® Kachimeshi พร้อมเปิดตัว “Ajinomoto Victory Canteen” ห้องอาหารสำหรับนักกีฬาที่มอบโภชนาการที่ดีควบคู่กับพื้นที่พัฒนาศักยภาพและแรงบันดาลใจ นอกจากนี้ยังเดินหน้าผลิตภัณฑ์เสริมพลังงานอย่างเจล “อะมิโนไวทัล” ที่มีกรดอะมิโนเข้มข้น ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มนักกีฬาและสายสุขภาพ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือ การนำเทคโนโลยี FarmAI มาใช้ในโครงการ “Thai Farmer Better Life Partner” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ของผลผลิตการเกษตร คาดว่าจะสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึง 45,000 ตัน คิดเป็น 30% ของเป้าหมาย รวมถึงยกระดับเกษตรกรรมไทยให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านโมเดล Ajinomoto FD Green one-stop service ที่ครอบคลุมทั้งมันสำปะหลังและกาแฟ ส่งเสริมองค์ความรู้ให้เกษตรกรไทยผลิตผลได้มากขึ้น ควบคู่การลดการปล่อยคาร์บอนใน Scope 3
ด้านความยั่งยืน บริษัทสามารถลดการปล่อยคาร์บอน Scope 1 และ 2 ได้ถึง 92% และลดของเสียจากอาหารไปได้กว่า 1,600 ตัน คิดเป็น 82% พร้อมลดการใช้น้ำอีก 92% ทั้งยังร่วมมือกับพันธมิตรดำเนินแคมเปญ Upcycling เก็บพลาสติกใช้แล้วกลับคืนได้มากกว่า 1.5 ล้านชิ้น นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มพนักงานเป็นเสื้อผ้าที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล และติดตั้งหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ในโรงงานเกือบครบ 100% แล้ว
สำหรับกลยุทธ์การสื่อสารในปีนี้ บริษัทจะใช้ “AjiPanda” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์หลักในการสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเน้นความสนุกและสุขภาพดีจากการกิน ในขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์อย่าง “รสดีเมนู แป้งชุบทอด” และ “รสดีมายด์” ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์สุขภาพ เช่น การลดการอมน้ำมัน 30% และลดโซเดียม 15% แต่ยังคงรสชาติที่คุ้นเคย
ในมุมของธุรกิจอาหารโดยรวม ปีที่ผ่านมาเผชิญความท้าทายจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ ค่าเงินผันผวน และผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่าเป็นหลัก ขณะเดียวกันแรงกดดันจากแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อมและเป้าหมาย Net Zero ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ทุกองค์กรต้องเร่งปรับตัว
“อายิโนะโมะโต๊ะเชื่อมั่นว่าด้วยกลยุทธ์เชิงรุกที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพ ความยั่งยืน และเทคโนโลยี เราจะสามารถสร้างคุณค่าใหม่ให้กับธุรกิจอาหารไทย พร้อมสร้างความสุขและสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยได้อย่างยั่งยืน” มร.อิชิโระ กล่าวทิ้งท้าย
![]()













