กองทัพบกไทยออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของกองทัพกัมพูชาอย่างรุนแรง หลังเกิดเหตุละเมิดข้อตกลงหยุดยิงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในหลายพื้นที่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการปะทะกันระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายไทยยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้หลักสากลของการป้องกันตนเอง
แถลงการณ์ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 256X เวลา 24.00 น. โดยฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด พร้อมลดกิจกรรมทางทหารลงในพื้นที่แนวชายแดน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งสันติภาพและความร่วมมือที่สร้างสรรค์ระหว่างสองประเทศ
อย่างไรก็ตาม กองทัพบกไทยได้รับรายงานว่ากองทัพกัมพูชาได้ละเมิดข้อตกลงดังกล่าวในวันที่ 29–30 กรกฎาคม ในหลายพื้นที่สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ พื้นที่ช่องคานม้า เขาพระวิหาร บริเวณภูมะเขือ และห้วยตามาเรีย รวมถึงผามอีแดง โดยมีการใช้อาวุธปืนเล็กและเครื่องยิงลูกระเบิดยิงเข้ามาในฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นการละเมิดข้อตกลงครั้งที่สองภายหลังการประกาศหยุดยิง กองทัพบกไทยได้ใช้สิทธิ์ในการป้องกันตนเองตามหลักสากล พร้อมประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า หากยังมีการละเมิดอย่างต่อเนื่อง จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นและเด็ดขาด เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนไทยโดยไม่ละเว้น
กองทัพบกไทยยังได้ประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชาอย่างถึงที่สุด โดยระบุว่าการยิงอาวุธเข้าใส่ฝั่งไทยเป็นพฤติกรรมที่ไม่เคารพพันธกรณีระหว่างประเทศ และเป็นการบ่อนทำลายความพยายามในการคลี่คลายสถานการณ์ด้วยสันติวิธี
แม้ฝ่ายไทยจะยังคงยึดมั่นในหลักแห่งความอดทนอดกลั้นและสันติภาพ แต่แถลงการณ์เน้นย้ำว่า “อธิปไตยของประเทศคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์” ที่กองทัพจะต้องปกป้องไว้ด้วยทุกวิถีทาง หากถูกคุกคาม
![]()















