KBank Private Banking ชี้นักลงทุนควรจับตา 3 สินทรัพย์เด่นที่จะช่วยฝ่าวิกฤตและสร้างผลตอบแทนในครึ่งปีหลัง 2568 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความไม่แน่นอน และการปรับท่าทีของธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยลง พร้อมทั้งส่งสัญญาณผ่อนคลายเพิ่มเติมในปีหน้า ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้ากับจีนและพันธมิตรอื่น ๆ
3 สินทรัพย์เด่นที่แนะนำ ได้แก่:
ตราสารหนี้ : โอกาสทองในการสร้างรายได้สม่ำเสมอจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง และมีแนวโน้มได้อานิสงส์จากดอกเบี้ยขาลงในอนาคต แนะนำกองทุน K-GDBOND และ K-AHY ที่กระจายลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพทั่วโลกและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
หุ้นเอเชีย : โดยเฉพาะ จีน อินเดีย และเวียดนาม ถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ จีนมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อินเดียและเวียดนามยังมีศักยภาพเติบโตสูงจากโครงสร้างประชากรและการบริโภคภายในประเทศ แนะนำกองทุน K-CHINA, K-INDIA และ PRINCIPAL VNEQ
สินทรัพย์นอกตลาด : ทางเลือกใหม่เพื่อผลตอบแทนที่เหนือกว่า ผ่านกองทุนสินทรัพย์นอกตลาดกึ่งสภาพคล่อง ที่ช่วยลดข้อจำกัดการลงทุนแบบเดิม เช่น K-GPEQ-UI, K-GPC-UI, MPCREDIT-UI และ MPINFRA-UI ซึ่งเน้นลงทุนในเมกะเทรนด์โลก การปล่อยสินเชื่อ และโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง
นอกจากนี้ KBank Private Banking ยังเน้นกลยุทธ์การลงทุนแบบ “Core-Satellite” โดยให้พอร์ตหลักมีน้ำหนักมากกว่า 50% ลงทุนในกองทุนผสมหลายสินทรัพย์ทั่วโลก เช่น K-ALLROADS Series หรือ K-WEALTH PLUS Series เพื่อให้พอร์ตมีความสมดุลทั้งโอกาสและความเสี่ยง
ทั้งนี้ KBank Private Banking เตือนนักลงทุนว่าโลกการลงทุนยุคใหม่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากปัจจัยเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และเทคโนโลยี การจัดพอร์ตที่หลากหลายและพร้อมรับทุกสถานการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการลงทุนระยะยาว
![]()











