ท่ามกลางความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านน้ำในระดับที่ไม่อาจใช้แนวคิดการแก้ปัญหาแบบเดิมได้อีกต่อไป ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน ฝนถล่ม น้ำทะเลหนุน และปรากฏการณ์ “ฝนสุดขั้ว–ฝนแช่” ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิต เศรษฐกิจ และเสถียรภาพของประเทศอย่างกว้างขวาง
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงริเริ่มจัดตั้ง ศูนย์ “กันก่อนท่วม” (Water Resilience Center) เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกกลางด้านวิชาการในการสื่อสาร สังเคราะห์ข้อมูล และประสานความร่วมมือด้านการป้องกันความเสี่ยงน้ำล่วงหน้า บนฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ โดยไม่ซ้ำซ้อนหรือทดแทนบทบาทของภาครัฐ แต่เสริมพลังให้การทำงานของทุกภาคส่วนมีความเชื่อมโยงและทันต่อสถานการณ์
วิกฤตฝนสุดขั้ว–บทเรียนความสูญเสียที่สังคมไทยไม่อาจมองข้าม
ข้อมูลชี้ชัดว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญปรากฏการณ์ฝนตกหนักแบบไม่เคลื่อนที่ (Stationary Heavy Rain) มากขึ้น เช่น กรณีหาดใหญ่ที่มีฝนตกสะสมกว่า 1,250 มิลลิเมตรภายในหนึ่งสัปดาห์ คิดเป็นเกือบ 80% ของปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งปี ขณะที่บทเรียนจากมหาอุทกภัยปี 2554 สร้างความเสียหายรวมกว่า 1.43 ล้านล้านบาท หรือราว 70% ของงบประมาณแผ่นดินในปีนั้น
ในปัจจุบัน หากเกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สร้าง GDP มากกว่า 37% ของประเทศ ความเสียหายอาจสูงถึง 10 ล้านบาทต่อนาที โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางกว่า 600,000 รายใน 37 จังหวัด ที่ต้องแบกรับภาระความเสียหายด้วยตนเองถึง 83%
เวที “กันก่อนท่วม: น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม” จุดเริ่มต้นความร่วมมือเชิงระบบ
ศูนย์ “กันก่อนท่วม” ได้จัดเวทีเสวนา “กันก่อนท่วม: น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม” (Water Resilience Forum 2026) เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และบทเรียนการรับมือความเสี่ยงน้ำ จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ ชุมชน และภาคประชาสังคม
ภายในเวทีมีปาฐกถาและการเสวนาจากบุคคลสำคัญ อาทิ
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ กับหัวข้อ “บทเรียนจากอดีต สู่การเตรียมอนาคต”
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อ “พวกเรา…จะรักษาเมืองไว้ให้ลูกหลานอย่างไร”
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับประเด็น “โลกรวน น้ำแปรปรวน: สังคมไทยต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้”
รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ในหัวข้อ “น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม”
นอกจากนี้ ยังมีเวที Panel Discussion หัวข้อ “From Risk to Action: กันก่อนท่วม ร่วมวาดอนาคตไทยพ้นภัยน้ำ” และเวที Global Learning ที่ถอดบทเรียนการจัดการน้ำจากเนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เพื่อปรับใช้กับบริบทไทยอย่างเป็นระบบ
5 ยุทธศาสตร์ พลิกโฉมการจัดการน้ำเมืองอย่างยั่งยืน
ศูนย์ “กันก่อนท่วม” เสนอกรอบการทำงาน 5 มิติ ตั้งแต่วิศวกรรม โครงสร้างลุ่มน้ำ นวัตกรรมระดับโลก การปรับตัวอยู่ร่วมกับน้ำ ไปจนถึงการขับเคลื่อนด้วยงานวิจัยและข้อมูลอัจฉริยะ (AI Forecasting) โดยร่วมมือกับ MIT ในการพัฒนาระบบพยากรณ์ฝนที่แม่นยำและฉับไว
พร้อมเดินหน้าพื้นที่นำร่องแบบ Area-Based Action ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำอย่างจังหวัดน่าน กลางน้ำอย่างชัยนาท นครปฐม ไปจนถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อเชื่อมโยงการลดความเสี่ยงภัยพิบัติเข้ากับการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
“รู้ก่อน เตรียมก่อน ร่วมมือก่อน” กุญแจลดความสูญเสีย
เวที Water Resilience Forum 2026 ไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงวิชาการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง ระหว่างภาครัฐ เอกชน สื่อ และประชาชน เพื่อยกระดับการป้องกันและรับมือภัยน้ำจากการแก้ปัญหาปลายเหตุ สู่การลงมือทำเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่จับต้องได้
เพราะหากเรารู้ก่อน เตรียมก่อน และร่วมมือกันก่อน ความสูญเสียจำนวนมากอาจไม่เกิดขึ้น และนี่คือเหตุผลที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน “กันก่อนท่วม” ตั้งแต่วันนี้ เพื่อรักษาเมืองและอนาคตของลูกหลานไทยไว้ด้วยกัน
![]()














