วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 บทวิเคราะห์จาก วิจัยกรุงศรี สะท้อนภาพเศรษฐกิจโลกที่กลับมาเผชิญความไม่แน่นอนรอบใหม่ หลังสหรัฐฯ ประกาศใช้นโยบายภาษีนำเข้าแบบครอบคลุมทั่วโลก ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเดินหน้าแบบ “ฟื้นตัวช้าแต่มีเสถียรภาพ” ท่ามกลางสินเชื่อที่หดตัวและการจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้
สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้า 15% ชั่วคราว 150 วัน
Donald Trump ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 15% ตามมาตรา 122 เป็นเวลาไม่เกิน 150 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ภายหลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal tariffs) เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ โดยเห็นว่าใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย IEEPA
มาตรการใหม่นี้ครอบคลุมการจัดเก็บภาษีนำเข้าจากทั่วโลกในอัตราเดียวกัน 15% แต่ภาษีเฉพาะรายสินค้าที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ก่อนหน้านี้ เช่น
กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน 25%
เหล็ก อลูมิเนียม และทองแดง 50%
ยังคงมีผลเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้สูงว่าสหรัฐฯ จะหันไปใช้กฎหมายการค้าอื่นที่มีเพดานภาษีสูงกว่าและระยะเวลาบังคับใช้นานกว่า เช่น มาตรา 301, 201, 232 และ 338 ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเจาะจงรายประเทศหรือรายอุตสาหกรรม
นักวิเคราะห์มองว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อน “ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง” ต่อระบบการค้าโลก โดยเฉพาะห่วงโซ่อุปทาน (Global Supply Chain) ที่อาจต้องปรับตัวอีกครั้ง หากมาตรการถูกยกระดับหรือขยายเวลา
ญี่ปุ่นเตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เสี่ยงภาระการคลัง
Japan เตรียมพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุก โดยมีแนวคิดระงับการจัดเก็บภาษีการบริโภคในหมวดอาหารและเครื่องดื่มเป็นเวลา 2 ปี เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน คาดว่าจะเริ่มหารือรายละเอียดในช่วงกลางปีนี้
แม้มาตรการดังกล่าวอาจช่วยหนุนการบริโภคภายในประเทศและพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการคลังยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ เนื่องจากญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะสูงถึง 237% ต่อ GDP ซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดกับจีนที่เพิ่มขึ้นอาจกระทบภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในช่วงที่ผ่านมา
ไทย: สินเชื่อหดตัว แต่คุณภาพหนี้ดีขึ้น
ในฝั่งไทย ภาพรวมสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 4 ปี 2568 หดตัว 1.1% YoY ใกล้เคียงกับไตรมาส 3 ที่หดตัว 1.0% สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของสินเชื่อธุรกิจ ทั้งกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และ SMEs
อย่างไรก็ตาม ด้านคุณภาพสินเชื่อกลับมีสัญญาณดีขึ้น
อัตราส่วน NPLs ลดลงเหลือ 2.84% จาก 2.94%
สินเชื่อ Stage 2 ลดลงเหลือ 7.07% จาก 7.24%
การปรับตัวดีขึ้นดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากการชำระคืนหนี้และการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
จับตา กนง. 25 ก.พ. คาด “คงดอกเบี้ย”
แม้สินเชื่อยังหดตัว แต่วิจัยกรุงศรีประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินภายใต้ ธนาคารแห่งประเทศไทย จะยังไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการ ได้แก่
1. GDP ไตรมาส 4 ปี 2568 ขยายตัว 2.5% YoY สูงกว่าคาด ส่งผลให้ทั้งปี 2568 เติบโต 2.4% สูงกว่าประมาณการเดิมที่ 2.2%
2. ผลของการลดดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้า ยังอยู่ในระยะส่งผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจ
ภายใต้ภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป กนง. ยังมี “พื้นที่เชิงนโยบาย” สำหรับการผ่อนคลายเพิ่มเติม หากสถานการณ์จำเป็น
อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นในการลดดอกเบี้ยอาจลดลง หากภาครัฐสามารถเร่งขับเคลื่อนนโยบายการคลังได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระของนโยบายการเงิน
โลกผันผวน ไทยต้องรักษาสมดุล
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า ปี 2569 เริ่มต้นด้วยแรงกระเพื่อมจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจเปลี่ยนทิศทางการลงทุนและห่วงโซ่อุปทานโลกอีกระลอก
สำหรับไทย แม้ระบบการเงินยังมีเสถียรภาพ แต่การฟื้นตัวที่ยังเปราะบางทำให้การกำหนดนโยบายต้อง “ชั่งน้ำหนัก” ระหว่างการสนับสนุนการเติบโตกับการรักษาเสถียรภาพในระยะยาว
ท่ามกลางความไม่แน่นอนระดับโลก การรักษาสมดุลระหว่างนโยบายการเงินและการคลัง จะเป็นกุญแจสำคัญของเศรษฐกิจไทยในปีนี้
![]()











