Monday, March 9, 2026
3-TOA
previous arrow
next arrow
HomeSCOOP & ARTICLE สกู๊ฟ-บทความSCB EIC ชี้สงครามตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก–ไทย น้ำมันอาจพุ่ง 107 ดอลลาร์ หากลุกลามสู่สงครามภูมิภาค

SCB EIC ชี้สงครามตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก–ไทย น้ำมันอาจพุ่ง 107 ดอลลาร์ หากลุกลามสู่สงครามภูมิภาค

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่า ความตึงเครียดของสงครามในตะวันออกกลางกำลังกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะหากสถานการณ์กระทบต่อการขนส่งพลังงานผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญของโลก

SCB EIC ระบุว่า ในกรณีฐาน (Base case) หากเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบางส่วน และอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้การขนส่งพลังงานติดขัดราว 2–6 สัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบ Brent เฉลี่ยปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่หากสถานการณ์ลุกลามเป็น สงครามระดับภูมิภาค (Regional war) จนระบบโลจิสติกส์พลังงานหยุดชะงัก ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นไปถึง 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เศรษฐกิจโลกเสี่ยงชะลอ เงินเฟ้อเพิ่ม

SCB EIC ประเมินว่า ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นจะกดดันเศรษฐกิจโลกผ่านหลายช่องทาง โดยเฉพาะเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ในกรณีฐานที่ราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยอยู่ที่ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเฟ้อโลกอาจเพิ่มขึ้นราว 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่ GDP โลกมีแนวโน้มลดลงประมาณ 0.2–0.4 จุดเปอร์เซ็นต์

แรงกดดันเงินเฟ้อดังกล่าวอาจทำให้ธนาคารกลางประเทศหลัก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ชะลอการลดอัตราดอกเบี้ย และเลือกใช้แนวทาง Wait-and-see เพื่อประเมินผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ ใช้อยู่ในปัจจุบัน

เศรษฐกิจไทยเสี่ยงชะลอตัว

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศ ผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ (Net oil importer) เศรษฐกิจจึงมีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานโลกค่อนข้างสูง

SCB EIC ประเมินว่า

หากราคาน้ำมันเฉลี่ย 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เศรษฐกิจไทยปี 2026 อาจขยายตัว ชะลอลงราว 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์

หากสถานการณ์เลวร้ายจนราคาน้ำมันพุ่ง 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เศรษฐกิจไทยอาจชะลอลงมากถึง 0.7–0.8 จุดเปอร์เซ็นต์

ด้านเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงาน โดยในกรณีฐานคาดว่า เงินเฟ้อปี 2026 จะอยู่ราว 1.5% กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1–3% ได้เร็วขึ้น แต่หากสงครามลุกลามเป็น Regional war เงินเฟ้ออาจ พุ่งเกิน 4%

กระทบหลายภาคเศรษฐกิจ

SCB EIC ระบุว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะเกิดผ่าน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่

1. เงินเฟ้อและกำลังซื้อ
ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นจะกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยหมวดพลังงานคิดเป็นประมาณ 11% ของรายจ่ายครัวเรือนไทย ส่งผลให้กำลังซื้อและการบริโภคภาคเอกชนชะลอลง

2. การค้าระหว่างประเทศ
แม้ไทยส่งออกไปตะวันออกกลางเพียง 3.7% ของการส่งออกทั้งหมด แต่ไทยพึ่งพาน้ำมันจากภูมิภาคนี้สูง โดยน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางคิดเป็น 59% ของการนำเข้าพลังงานของไทย

3. การท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางคิดเป็นเพียง 2% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด แต่ผลกระทบอาจเกิดจากต้นทุนการบินที่เพิ่มขึ้น และการหลีกเลี่ยงเส้นทางบินผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง

4. ตลาดการเงิน
ตั้งแต่เกิดสงคราม เงินบาทอ่อนค่าประมาณ 2.2% ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อเงินบาทอาจอ่อนค่าถึง 32.50–33.50 บาทต่อดอลลาร์

ธุรกิจไทยเผชิญแรงกดดันต้นทุน

ภาคธุรกิจไทยมีแนวโน้มได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะ

ธุรกิจพลังงาน

ขนส่งและโลจิสติกส์

ก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง

อุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง

ขณะเดียวกันต้นทุนวัตถุดิบ เช่น สินค้าเกษตร ปุ๋ย และแร่ธาตุ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain)

อย่างไรก็ตาม บางธุรกิจอาจได้รับประโยชน์ เช่น สินค้าเกษตรและอาหารจำเป็น ที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการกักตุนสินค้าในช่วงวิกฤติ รวมถึง พืชพลังงาน ที่ราคามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามราคาพลังงานโลก

รัฐบาลเตรียมรับมือด้านพลังงาน

SCB EIC ระบุว่า ภาครัฐไทยมีแนวโน้มเข้ามาดูแลเสถียรภาพพลังงานมากขึ้น ปัจจุบันประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอใช้ได้ประมาณ 95 วัน รวมถึงมีมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร ชั่วคราว เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพ

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางเพิ่มการจัดหาพลังงานจากแหล่งอื่น และเพิ่มการผลิตก๊าซจากแหล่งในอ่าวไทยเพื่อรองรับความไม่แน่นอน

SCB EIC มองว่า หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจมีโอกาสผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม เพื่อพยุงเศรษฐกิจไทย

Loading

RELATED ARTICLES
SUP
previous arrow
next arrow

Most Popular

PDPA Icon

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ เราใช้คุกกี้ คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้ที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

บันทึกการตั้งค่า