ตลาดอาคารสำนักงานไทยกำลังเข้าสู่จังหวะ “ย้ายฐาน” ครั้งสำคัญ จากแรงขับเคลื่อนขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพอาคารและมาตรฐาน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เทรนด์การย้ายสำนักงาน (Office Relocation) กลายเป็นหนึ่งในตัวเร่งสำคัญของตลาด ขณะที่ผู้เช่าจำนวนมากตัดสินใจย้ายไปยังอาคารใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งภาพลักษณ์องค์กรและประสิทธิภาพการใช้งานในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ภายใต้กระแสดังกล่าว ความซับซ้อนของการย้ายสำนักงานกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากต้นทุนก่อสร้างที่ยังผันผวน การบริหารกรอบระยะเวลา และความคาดหวังด้านคุณภาพที่สูงขึ้น ทำให้องค์กรจำนวนมากเริ่มมองหาที่ปรึกษามืออาชีพเข้ามาบริหารโครงการแบบครบวงจร
บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ ประเทศไทย จำกัด (Knight Frank Thailand) ในฐานะที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ จึงเดินหน้าต่อยอดบริการด้าน Project Management เพื่อรองรับดีมานด์ดังกล่าว โดยแต่งตั้ง “ปัญญา เจนกิจวัฒนาเลิศ” หุ้นส่วน และหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านพื้นที่สำนักงาน เข้าดูแลและพัฒนาทีมงาน เพื่อยกระดับการให้บริการสู่รูปแบบ One-Stop Service ครอบคลุมตั้งแต่การหาอาคาร วางแผนพื้นที่ ออกแบบ ไปจนถึงการก่อสร้างและส่งมอบพื้นที่ใช้งาน
ข้อมูลจากบริษัทระบุว่า ปัจจุบันลูกค้ากว่า 80% ของบริการ Project Management เป็นกลุ่มองค์กรที่ต้องการย้ายสำนักงาน ขณะที่อีก 20% เป็นโครงการในกลุ่มโรงแรมและรีเทล โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติ (MNCs) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงดีมานด์จากองค์กรระดับสากลที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานอาคารและ ESG อย่างจริงจัง พร้อมตั้งเป้าการเติบโตของธุรกิจในส่วนนี้ไว้ที่ 100% ภายในสิ้นปี
ปัญญา เจนกิจวัฒนาเลิศ กล่าวว่า แนวโน้มองค์กร โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติ กำลังย้ายเข้าสู่อาคารสำนักงานคุณภาพสูงที่ได้มาตรฐาน ESG มากขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้การย้ายสำนักงานไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนทำเล แต่เป็นกระบวนการเชิงกลยุทธ์ที่ต้องครอบคลุมทั้งการบริหารต้นทุน การออกแบบ และการก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ
“ลูกค้าจำนวนมากต้องการที่ปรึกษาที่สามารถดูแลได้แบบครบวงจร เราจึงปรับโครงสร้างทีม Project Management ให้ทำงานร่วมกับทีม Office Strategy อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นจนจบ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือความโปร่งใสในการบริหารต้นทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญมากขึ้น เราจึงเน้นความชัดเจน ตรวจสอบได้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ปัญญากล่าว
เขายังระบุเพิ่มเติมว่า บทบาทของ Project Management ในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดเพียงการควบคุมโครงการให้เสร็จตามแผน แต่ต้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การควบคุมงบประมาณ ไปจนถึงการส่งมอบโครงการที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน
ทั้งนี้ ทีม Project Management ของ Knight Frank ทำหน้าที่เป็นตัวแทนลูกค้าในการควบคุมงบประมาณ ระยะเวลา และคุณภาพของโครงการ พร้อมประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการดำเนินไปตามแผน โดยจุดแข็งอยู่ที่การผสานความคล่องตัวของทีมงานรุ่นใหม่เข้ากับแนวทางการทำงานที่โปร่งใส ตรงไปตรงมา และการให้ข้อมูลเชิงลึกด้านต้นทุน วัสดุ และสถานการณ์ตลาด เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของลูกค้า
การเสริมทัพในครั้งนี้ สะท้อนทิศทางของ Knight Frank ในการพัฒนาบริการที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์องค์กรที่มองหาพันธมิตรด้านการบริหารโครงการอย่างมืออาชีพ ท่ามกลางความซับซ้อนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
![]()













