ธนาคารกสิกรไทยเปิดตัว “K Virtual Account” บริการบัญชีเสมือนสำหรับลูกค้าธุรกิจ ช่วยแยกและระบุที่มาของเงินรับจากลูกค้า คู่ค้า ผู้เช่า สาขา หรือโครงการต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน ภายใต้บัญชีหลัก (Master Account) เพียงบัญชีเดียว ลดภาระตรวจสอบรายการ เพิ่มความแม่นยำ และลดต้นทุนงานการเงิน–บัญชี พร้อมเดินหน้าพัฒนา “A/R Matching Solution” เชื่อมข้อมูลรับเงิน Payment Advice และลูกหนี้การค้า เพื่อกระทบยอดและตัดบัญชีลูกหนี้ได้รวดเร็วขึ้น เตรียมเปิดให้บริการภายในปลายปี 2569
ดร. พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันมีความท้าทายมากขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะด้านการเงินซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุนและรองรับการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ธนาคารกสิกรไทยจึงพัฒนา K Virtual Account บริการบัญชีเสมือนสำหรับลูกค้าธุรกิจ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการเงินรับได้อย่างเป็นระบบ และมองเห็นได้ชัดเจนว่าเงินที่เข้ามาในบัญชีมาจากคู่ค้าหรือลูกค้ารายใด ช่วยลดภาระในการตรวจสอบ เพิ่มความแม่นยำในการจัดการเงิน และลดค่าใช้จ่ายขององค์กร
แยกเงินรับหลายแหล่ง ภายใต้ Master Account เดียว
จุดเด่นของ K Virtual Account คือ องค์กรสามารถกำหนด เลขบัญชีเสมือน (Virtual Account Number) ให้กับลูกค้า คู่ค้า ผู้เช่า สาขา โครงการ หรือรายการเรียกเก็บเงินแต่ละรายการได้อย่างยืดหยุ่น โดยเลขบัญชีเสมือนทั้งหมดอยู่ภายใต้ บัญชีหลัก หรือ Master Account เพียงบัญชีเดียว
เมื่อมีเงินโอนเข้ามา บริษัทจึงสามารถระบุได้ว่าเงินดังกล่าวมาจากผู้ชำระรายใด ช่วยลดความซับซ้อนในการติดตามและตรวจสอบรายการรับเงิน โดยธนาคารยังจัดทำรายงานข้อมูลการรับเงินเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการขององค์กรอีกด้วย
บริการดังกล่าวเหมาะกับธุรกิจที่มีลูกค้า คู่ค้า หรือสาขาจำนวนมาก เช่น ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ ธุรกิจที่มีหน้าร้านหลายสาขา รวมถึงองค์กรที่มีรายการเรียกเก็บเงินจำนวนมาก และต้องรวบรวมเงินเข้าสู่บัญชีหลักของบริษัท
โดยเฉพาะธุรกิจที่มีช่องทางรับเงินหลากหลาย ทั้งการโอนเงิน ฝากเงินสด และฝากเช็ค ซึ่งเดิมอาจต้องใช้พนักงานฝ่ายการเงินและบัญชีจำนวนมากในการตรวจสอบว่าเงินแต่ละรายการเป็นของลูกค้าหรือสาขาใด ก่อนนำไปเปรียบเทียบกับใบแจ้งหนี้หรือยอดขาย
กระบวนการดังกล่าวไม่เพียงใช้เวลาและมีต้นทุนในการดำเนินงาน แต่ยังอาจทำให้การตัดบัญชีลูกหนี้และการติดตามสถานะการรับเงินล่าช้ากว่าที่ธุรกิจต้องการ
ลดงาน Manual เพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบเงินเข้า
K Virtual Account จึงเข้ามาช่วยแก้ Pain Point สำคัญ ด้วยการทำให้ธุรกิจสามารถระบุแหล่งที่มาของเงินได้ตั้งแต่ต้นทาง แทนการนำรายการเงินเข้ามาตรวจสอบย้อนหลังทีละรายการ
ตัวอย่างเช่น บริษัทที่มีร้านค้าหรือสาขาจำนวนมาก สามารถกำหนด Virtual Account Number แยกให้แต่ละสาขา เมื่อสาขานำส่งเงิน บริษัทก็สามารถตรวจสอบที่มาของเงินได้ชัดเจนขึ้นผ่านข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเลขบัญชีเสมือนนั้น
เช่นเดียวกับธุรกิจให้เช่าพื้นที่ ซึ่งสามารถกำหนดเลขบัญชีเสมือนแยกตามผู้เช่า ช่วยให้การตรวจสอบค่าเช่าที่ได้รับในแต่ละรอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารจริงจำนวนมากเพื่อแยกเงินรับแต่ละประเภท
เตรียมต่อยอด “A/R Matching Solution” กระทบยอดลูกหนี้อัตโนมัติ
จากการศึกษาความต้องการของลูกค้านิติบุคคลในหลากหลายอุตสาหกรรม ธนาคารพบว่าอีกหนึ่งปัญหาสำคัญคือ การบริหารข้อมูลรับเงินและการกระทบยอด ซึ่งต้องตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง ทั้งรายการเงินเข้า ใบแจ้งหนี้ และข้อมูลลูกหนี้การค้า
ธนาคารจึงอยู่ระหว่างพัฒนา A/R Matching Solution เพื่อต่อยอดจาก K Virtual Account โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลการรับเงิน ข้อมูล Payment Advice และข้อมูลลูกหนี้การค้า (Accounts Receivable: A/R) เข้าด้วยกัน
ระบบดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการตรวจสอบและกระทบยอดรายการรับเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดรายการค้าง ลดภาระงานด้านปฏิบัติการ และเพิ่มความรวดเร็วในการตัดบัญชีลูกหนี้
นอกจากนี้ ยังช่วยให้องค์กรสามารถนำข้อมูลทางการเงินมาใช้บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับการขยายตัวของธุรกิจในยุคดิจิทัลที่มีจำนวนธุรกรรมและช่องทางการรับชำระเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กสิกรไทยมีแผนเปิดให้ลูกค้าใช้บริการ A/R Matching Solution ภายในปลายปี 2569 ขณะที่บริการ K Virtual Account เปิดให้บริการแล้ว โดยลูกค้าธุรกิจที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดผ่านผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า (Relationship Manager) ของธนาคารกสิกรไทย
![]()













