การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดผลงาน 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ด้วยผลประกอบการแข็งแกร่ง มีรายได้รวม 12,649 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสูงถึง 5,397 ล้านบาท ขณะที่ปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าทะลุ 9.06 ล้านที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 6.63% สะท้อนการขยายตัวของภาคการค้า การส่งออก และการขนส่งสินค้า ซึ่งมีความสำคัญโดยตรงต่อผู้ประกอบการ ระบบโลจิสติกส์ และเศรษฐกิจไทยโดยรวม
ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. เปิดเผยผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569 ว่า กทท. มีเรือเทียบท่ารวม 11,591 เที่ยว เพิ่มขึ้น 2.76% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 97.61 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.44% และมีตู้สินค้าผ่านท่า 9.06 ล้านที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 6.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีงบประมาณก่อน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าภาคการขนส่งสินค้าของไทยยังคงขยายตัว โดยเฉพาะการเติบโตของปริมาณตู้สินค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคการส่งออกและผู้ประกอบการที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์ทางทะเลในการเชื่อมโยงตลาดโลก
ท่าเรือแหลมฉบังยังคงเป็นหัวจักรสำคัญ มีเรือเทียบท่า 8,190 เที่ยว เพิ่มขึ้น 3.32% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 83.62 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.56% และตู้สินค้าผ่านท่า 8.10 ล้านที.อี.ยู. เพิ่มขึ้นถึง 7.39% ตอกย้ำบทบาทการเป็นประตูการค้าหลักของประเทศและแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตด้านโลจิสติกส์ไทย
ขณะที่ ท่าเรือกรุงเทพ มีเรือผ่านท่า 3,401 เที่ยว เพิ่มขึ้น 1.43% และตู้สินค้าผ่านท่า 969,173 ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 0.63% โดยมีปริมาณสินค้าผ่านท่า 13.99 ล้านตัน สะท้อนความสำคัญของท่าเรือกรุงเทพในฐานะโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยรองรับและเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
ด้านท่าเรือภูมิภาคมีการเติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะ ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ที่ได้แรงหนุนจากการปิดด่านพรมแดนของประเทศเมียนมา รวมถึงข้อตกลงการขนส่งผลไม้ร่วมกับท่าเรือกวนเหล่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน ส่งผลให้ตู้สินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้น 165.59% ปริมาณสินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้น 36.55% และเรือผ่านท่าเพิ่มขึ้น 10.04%
ส่วน ท่าเรือระนอง มีเรือผ่านท่าเพิ่มขึ้น 49% และตู้สินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้น 81.08% ขณะที่ ท่าเรือเชียงของ มีเรือผ่านท่าเพิ่มขึ้น 86.21% และปริมาณสินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้น 79.76% ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของท่าเรือภูมิภาคในการเป็นช่องทางสนับสนุนการค้าและการขนส่งระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ ผลประกอบการที่เติบโตขึ้นของ กทท. มีความสำคัญต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย เนื่องจากท่าเรือเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบการค้าและการส่งออก การเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเรือ สินค้า และตู้คอนเทนเนอร์ จะช่วยให้การขนส่งมีความคล่องตัว ลดข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย
กทท. ยืนยันเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับสินค้าและตู้สินค้า ยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ และสนับสนุนการเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมของประเทศให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทยในระยะยาว
![]()














