ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัวที่ 2.0% แม้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะกลับมารุนแรงขึ้นในเดือนกันยายน และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง โดยมองว่าสถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในกรอบแนวโน้มที่คาดการณ์ไว้ และแรงกดดันสูงสุดได้ผ่านไปแล้วในไตรมาส 2/2569
ดร.ลลิตา เธียรประสิทธิ์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากครึ่งปีแรก หลังแรงส่งจากภาคการส่งออกเริ่มแผ่วลงภายหลังเร่งตัวสูงในช่วงต้นปี ขณะที่การบริโภคภายในประเทศยังฟื้นตัวอย่างเปราะบางจากกำลังซื้อที่อ่อนแรง
อย่างไรก็ตาม มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” คาดว่าจะช่วยประคองการบริโภคในไตรมาส 3/2569 ได้บางส่วน ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังมีแนวโน้มขยายตัวในระดับสูงจากแรงหนุนของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI แต่การนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้นจะจำกัดผลบวกต่อ GDP และอาจกดดันดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดให้ปรับตัวอ่อนแอลง
สำหรับความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจทำให้ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนของมาตรการการค้าสหรัฐฯ รวมถึงภาวะเอลนีโญ่ที่อาจกดดันต้นทุนและทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4/2569 โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 1.8%
ด้านนโยบายการเงิน ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยมีแนวโน้มทรงตัวที่ 1.00% ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2569 ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนในตลาดตราสารหนี้อาจปรับสูงขึ้นตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย
ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในระยะนี้เป็นผลจากปัจจัยด้านเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก ทำให้ในช่วงที่เหลือของปีต้องจับตาทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
สำหรับสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอลงในครึ่งปีหลัง แต่สินเชื่อธุรกิจรายใหญ่คาดว่าจะยังสามารถรักษาการเติบโตเหนือ 5.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนได้ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงคาดการณ์สินเชื่อโดยรวมปี 2569 ขยายตัวเพียง 0.5% เนื่องจากการฟื้นตัวของสินเชื่อยังไม่กระจายไปถึงกลุ่มเอสเอ็มอี ขณะที่สินเชื่อรายย่อยยังอยู่ในช่วงปรับลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP หรือ Debt Deleveraging
ด้านคุณภาพสินเชื่อ สัดส่วนหนี้เสีย หรือ NPL ของระบบธนาคารพาณิชย์มีแนวโน้มขยับขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 2.76% ของสินเชื่อรวม ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 สู่กรอบประมาณ 2.80-3.00% ณ สิ้นปี แม้ธนาคารพาณิชย์จะเดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก แต่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจอาจทำให้หนี้ที่ผ่านการปรับโครงสร้างมีโอกาสกลับมาเป็น NPL เพิ่มขึ้น
อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยจุดเปลี่ยนสำคัญ
ดร.รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังปริมาณการผลิตรถยนต์ในประเทศมีแนวโน้มลดลง สวนทางกับการนำเข้ารถยนต์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ หรือ BEV ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 72% ของมูลค่าการนำเข้ารถยนต์ทั้งหมดของไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569
ภาครัฐอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการผลักดันการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่การผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้ง BEV และรถยนต์ไฮบริด โดยใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการปรับจากการนำเข้าไปสู่การผลิตในประเทศ และเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ ความสำเร็จของมาตรการดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับการกำหนดเกณฑ์มูลค่าเพิ่มของชิ้นส่วนในประเทศ รวมถึงประสิทธิภาพในการกำกับและติดตามการดำเนินงานตามเงื่อนไข หากสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย คาดว่าจะช่วยให้ปริมาณการผลิตรถยนต์ของไทยกลับมาขยายตัวได้ในปี 2570 หลังจากปี 2569 คาดว่าจะหดตัวประมาณ 1.8%
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีจึงยังอยู่ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากปัจจัยภายนอกและข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ขณะที่การฟื้นตัวของกำลังซื้อ ภาคการส่งออก คุณภาพสินเชื่อ และทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อแรงส่งเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
![]()














