FWD Group (“เอฟดับบลิวดี กรุ๊ป” หรือ FWD) เปิดเผยผลสำรวจมุมมองผู้บริโภคล่าสุด พบว่า 71% ของกลุ่มคนชั้นกลางในเอเชียรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงิน (financial wellbeing) โดยแรงกดดันหลักมาจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และความเสี่ยงจากรายได้ที่ไม่แน่นอน
ผลสำรวจดังกล่าวจัดทำร่วมกับ Ipsos โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 9,000 คน อายุระหว่าง 21–65 ปี ครอบคลุม 10 ประเทศในเอเชีย ได้แก่ กัมพูชา ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเก๊า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม
3 ความกังวลหลัก ฉุดความเชื่อมั่นทางการเงิน
ข้อมูลระบุว่า ความกังวลอันดับต้น ๆ ของกลุ่มคนชั้นกลางในเอเชีย ได้แก่
ค่าครองชีพที่สูงขึ้นในแต่ละวัน (71%)
ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น (43%)
ความเสี่ยงจากการตกงานหรือรายได้ลดลงแบบไม่คาดคิด (37%)
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากให้ความสำคัญกับเป้าหมายทางการเงินระยะสั้นในช่วง 2–3 ปีข้างหน้า โดย 44% ต้องการสร้างหลักประกันพื้นฐานให้ครอบครัว ขณะที่ 37% ตั้งเป้าหมายสู่ “อิสระทางการเงิน”
ภาพสะท้อนแรงกดดันในแต่ละเจเนอเรชัน
ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นความแตกต่างของแรงกดดันในแต่ละช่วงวัย
เจเนอเรชัน X (พ.ศ. 2508–2523)
กลุ่มนี้เผชิญความท้าทายด้านสมดุลการเงินมากที่สุด ทั้งค่าเล่าเรียนบุตร ภาระผ่อนบ้าน และการเตรียมเกษียณ โดย 62% กังวลว่าเงินออมจะเติบโตไม่ทันเงินเฟ้อ และ 52% ต้องการรายได้ที่มั่นคงสม่ำเสมอหลังเกษียณ
เจเนอเรชัน Y (พ.ศ. 2524–2538)
49% กังวลเรื่องเงินออมเพื่อเกษียณของตนเอง และ 85% ยังต้องดูแลทั้งพ่อแม่และบุตรหลาน แม้ 47% มองหาผลิตภัณฑ์ที่คุ้มครองสมาชิกครอบครัวหลายคนในแผนเดียว แต่กว่า 61% ไม่เคยทราบว่ามีแผนประกันชีวิตลักษณะดังกล่าว
เจเนอเรชัน Z (พ.ศ. 2539–2553)
เริ่มเผชิญแรงกดดันทางการเงินเร็วขึ้น โดย 53% กังวลว่าจะมีปัญหาการเงินในอีก 5–10 ปีข้างหน้า และ 46% มองว่าประกันชีวิตยังเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป
“เปราะบางทางการเงิน” ความรู้สึกร่วมของทุกวัย
ลี เยน โฮ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานช่องทางการจัดจำหน่ายและผลิตภัณฑ์ของ FWD ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นความเปราะบางทางการเงินที่เกิดขึ้นในทุกเจเนอเรชัน ท่ามกลางสังคมที่อายุยืนยาวขึ้นและโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป การวางแผนเพื่อเปลี่ยนเงินออมให้เป็นรายได้ที่มั่นคงในระยะยาวจึงมีความสำคัญมากขึ้น
เขายังชี้ว่า มุมมองต่อประกันชีวิตกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นคุ้มครองความเสี่ยงในยามวิกฤต สู่บทบาทที่ช่วยเสริมความมั่นคง สร้างรายได้หลังเกษียณ และเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต
พัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์แต่ละตลาด
FWD ระบุว่าได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละประเทศ เช่น
ในไทยและสิงคโปร์ มีแผนประกันบำนาญและประกันชีวิตควบการลงทุน เพื่อสร้างรายได้หลังเกษียณ
ในฮ่องกง มีแผนประกันสุขภาพสำหรับครอบครัวที่ยืดหยุ่น
ในญี่ปุ่น พัฒนาผลิตภัณฑ์เงินบำนาญแบบชำระเบี้ยครั้งเดียว
ในอินโดนีเซีย มีแผนคุ้มครองโรคร้ายแรงที่คำนึงถึงภาวะเงินเฟ้อ
ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนว่า “ความมั่นคงทางการเงิน” ไม่ใช่เพียงเป้าหมายในอนาคต แต่เป็นความท้าทายเร่งด่วนที่คนชั้นกลางเอเชียต้องเผชิญในวันนี้ และการวางแผนอย่างเป็นระบบอาจเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางการเงินระยะยาวให้กับทั้งตนเองและครอบครัว
![]()











