Bangkok Commercial Asset Management หรือ BAM เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน หลังโชว์ผลงานไตรมาส 1 ปี 2569 สามารถรักษาระดับอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.96 เท่า พร้อมตั้งเป้าคุม D/E ไม่เกิน 2.0 เท่า ผ่านกลยุทธ์เร่งกระแสเงินสดทั้งจากธุรกิจบริหารหนี้เสีย (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ควบคู่การช่วยเหลือลูกหนี้และกลุ่มเปราะบางเข้าถึงโอกาสทางการเงินมากขึ้น
รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ และหาแนวทางที่เหมาะสมให้กับลูกหนี้แต่ละราย โดยยึดหลัก “ให้โอกาสลูกหนี้ได้ทรัพย์สินกลับคืน” ทั้งบ้านและที่ดินทำกิน ผ่านเงื่อนไขที่ผ่อนปรนมากขึ้น
พร้อมกันนี้ BAM ยังยกระดับบทบาทสู่ “โรงพยาบาลแก้หนี้” โดยให้คำปรึกษา วิเคราะห์ปัญหา และออกแบบแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของลูกหนี้แต่ละราย เพื่อเปิดทางให้ลูกหนี้รายใหม่เข้ามาเจรจาและแก้ปัญหาหนี้ได้มากขึ้น
ในส่วนของการสร้างกระแสเงินสดจาก NPA บริษัทใช้แนวทางเพิ่มโอกาสให้กลุ่มผู้เปราะบางเข้าถึงการซื้อทรัพย์ผ่านโครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” รวมถึงการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ เช่น บุคลากรในสังกัดกรุงเทพมหานคร (BKK) เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น
ขณะเดียวกัน BAM ยังเดินหน้ากลยุทธ์ NPA Partnership ร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้และรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทมองว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยลดภาระหนี้ รักษาระดับ D/E ไม่เกิน 2.0 เท่า รวมถึงทำให้โครงสร้างรายได้มีเสถียรภาพมากขึ้น ลดการพึ่งพารายได้จากการขายสินทรัพย์ขนาดใหญ่ หรือ Big Ticket ส่งผลให้ BAM สามารถบริหารสินทรัพย์และสร้างผลกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดสู่ความแข็งแกร่งขององค์กรอย่างยั่งยืน
![]()














