ฟุตบอลโลก 2026 ปลุกเศรษฐกิจอเมริกาเหนือกว่า 9 พันล้านดอลลาร์ Allianz ชี้ท่องเที่ยว–บริการรับอานิสงส์เต็มสูบ
Allianz Research เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นร่วมกันใน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอเมริกาเหนือกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอดช่วงการแข่งขัน 6 สัปดาห์ โดยภาคการท่องเที่ยวและบริการจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด
ฟุตบอลโลก 2026 นับเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ขยายจำนวนทีมจาก 32 ทีม เป็น 48 ทีม ส่งผลให้มีการแข่งขันรวม 104 นัด ใน 16 เมืองเจ้าภาพ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 6.5 ล้านคน และเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 2.6 ล้านคน
รายงานระบุว่า การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก คิดเป็นมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านที่พัก การเดินทาง อาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ ส่งผลให้ธุรกิจในระบบนิเวศการท่องเที่ยว (Tourism Ecosystem) ได้รับอานิสงส์โดยตรง
ภาคโรงแรมถือเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์เด่นที่สุด โดยหลายเมืองเจ้าภาพมีแนวโน้มอัตราการเข้าพักพุ่งแตะระดับ 90-95% ขณะที่สายการบินและธุรกิจขนส่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางข้อจำกัดด้านกำลังการให้บริการ ทำให้สามารถบริหารรายได้และอัตราค่าโดยสารได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้เม็ดเงินหมุนเวียนจะอยู่ในระดับสูง แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคยังคงอยู่ในวงจำกัด โดย Allianz Research ประเมินว่า GDP ของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 0.1% ส่วนเม็กซิโกและแคนาดาจะเพิ่มขึ้นราว 0.3% และ 0.2% ตามลำดับ สะท้อนว่าฟุตบอลโลกเป็นแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจระยะสั้น มากกว่าปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
ทั้งนี้ ความสำเร็จของการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจยังขึ้นอยู่กับความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่ง การบริหารจัดการผู้เดินทางข้ามพรมแดน และนโยบายด้านวีซ่า ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
Allianz Research มองว่า ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้เป็นเพียงมหกรรมกีฬาระดับโลก แต่เป็นแพลตฟอร์มทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภค ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับเมืองเจ้าภาพและภาคบริการอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาการแข่งขัน
![]()















