รัฐบาลเปิดปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้ “ภูเก็ตโมเดล” เดินหน้ากวาดล้างขบวนการบุกรุกที่ดินของรัฐ ธุรกิจผิดกฎหมาย และเครือข่ายทุนสีเทาในจังหวัดภูเก็ตอย่างเข้มข้น โดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่างประกาศจุดยืนตรงกันว่า “ไม่มีการเคลียร์ ไม่มีละเว้น และไม่หวั่นอิทธิพล” พร้อมยกระดับการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกราย
นายสุชาติ ระบุว่า ปฏิบัติการที่ หาดนุ้ย จังหวัดภูเก็ต เป็นจุดเริ่มต้นของ “ภูเก็ตโมเดล” หลังเข้าทวงคืนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 18 ไร่ มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งถูกบุกรุกและแสวงหาประโยชน์มายาวนานกว่า 12 ปี แม้ศาลจะมีคำพิพากษาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์แล้วก็ตาม พร้อมประกาศเดินหน้าตรวจยึดคืนป่าสงวนอีกนับร้อยแปลง และเตรียมประสาน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อยึดทรัพย์ผู้ที่ได้ประโยชน์จากการยึดครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบ
“ถ้าผมกลัวอิทธิพล คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้… ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนกลับมาฮุบแผ่นดินของประชาชนได้อีกเด็ดขาด” นายสุชาติกล่าว
ขณะที่ในวันเดียวกัน นายพลพีร์ นำกำลังกรมการปกครองลงพื้นที่ ตรวจสอบโรงแรม 3 แห่งกลางเมืองภูเก็ตแบบไม่ได้นัดหมาย พบว่า ทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างและใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม โดยบางแห่งขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารพักอาศัยหรือคอนโดมิเนียม แต่กลับนำมาเปิดเป็นโรงแรมรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเปิดเผย
การตรวจสอบยังพบพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวกับการใช้ นอมินี อำพรางการถือครองกิจการของชาวต่างชาติ ทั้งเครือข่ายชาวจีนและชาวรัสเซีย จึงได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและโครงสร้างผู้ถือหุ้น หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง จะดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น
นายพลพีร์ เปิดเผยด้วยว่า ระหว่างการตรวจค้นโรงแรมแห่งหนึ่ง มี สายโทรศัพท์จากผู้มีอิทธิพลพยายามขอให้ยุติการดำเนินคดี แต่ได้ปฏิเสธทันที พร้อมยืนยันว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า หากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157
“ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี ทำงานเพื่อปกป้องผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจสุจริต ไม่มีการเคลียร์ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ หากทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดี” นายพลพีร์ กล่าว
รัฐบาลย้ำว่า ปฏิบัติการ “ภูเก็ตโมเดล” จะไม่หยุดเพียงการทวงคืนที่ดินรัฐหรือกวาดล้างโรงแรมเถื่อนในจังหวัดภูเก็ตเท่านั้น แต่จะขยายผลทั่วประเทศ ครอบคลุมการปราบปรามทุนนอมินี ธุรกิจสีเทา แก๊งสแกมเมอร์ และธุรกิจผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
![]()















