Tuesday, April 7, 2026
3-TOA
previous arrow
next arrow
HomeFINANCIAL การเงินBANKS แบงค์ธ.ก.ส. ยกระดับกาแฟโรบัสต้าชุมพรสู่มาตรฐานสากล พร้อมขับเคลื่อน BAAC Agro-Tourism หนุนท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

ธ.ก.ส. ยกระดับกาแฟโรบัสต้าชุมพรสู่มาตรฐานสากล พร้อมขับเคลื่อน BAAC Agro-Tourism หนุนท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

ธ.ก.ส. เดินหน้ายกระดับกาแฟชุมพรไปสู่ผลิตภัณฑ์กาแฟโรบัสต้าแปรรูป อันดับ 1 ในประเทศไทยที่ได้มาตรฐานสากล โดยดึงจุดเด่นของกระบวนการผลิตและรสชาติมาเพิ่มมูลค่าสินค้า เติมทุนหนุนผู้ประกอบการเต็มที่ พร้อมเสริมรายได้สู่ชุมชน ด้วยการนำจุดเด่นทางธรรมชาติที่งดงามผลักดันเข้าสู่โมเดล BAAC Agro-Tourism เชื่อมโยงชุมชนและนักท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตั้งเป้าสร้างฐานชุมชนท่องเที่ยวสะสม 97 ชุมชน พัฒนาเครือข่ายท่องเที่ยวมากกว่า 290 ชุมชน และสร้างรายได้ให้กับชุมชนท่องเที่ยวสะสมกว่า 50 ล้านบาทรองรับการเติบโตการท่องเที่ยวชุมชนไปสู่ตลาดโลก

 นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จังหวัดชุมพรถือเป็นแหล่งเพาะปลูกกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้ามากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีสภาพภูมิศาสตร์และอากาศที่เหมาะสม โดยในส่วนของ ธ.ก.ส. พร้อมยกระดับผู้ประกอบการกาแฟกว่า 21 เครือข่ายในจังหวัดชุมพร ด้วยการชูกาแฟโรบัสต้า ของดีจังหวัดชุมพร มาสร้างมาตรฐานในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวม การทำ Packaging การแปรรูป และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีมูลค่าสูง โดยเชื่อมโยงกับเครือข่ายด้านการวิจัยและเทคโนโลยีมาเติมองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการในการปรับเปลี่ยนการผลิตให้ได้มาตรฐาน รวมถึงบริหารจัดการช่องทางการตลาด อาทิ การจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือการนำลูกค้าไปศึกษาดูงานผ่านโครงการต่างๆ อันเป็นการเพิ่มโอกาสทางการตลาดและช่องทางการจำหน่าย ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มีนโยบายในการจัดทำฐานข้อมูล (Database) ที่มีการเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ความต้องการตลาดและกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำมาใช้ในการวางแผน คิดค้น และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร รวมถึงการบริหารจัดการการผลิตที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด ควบคู่กับการ  ต่อยอดสินค้าให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อขยายฐานไปสู่ตลาดที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงการเติมเงินทุนให้เกษตรกรในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนผ่านสินเชื่อที่หลากหลาย เช่น สินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย สินเชื่อแทนคุณ และสินเชื่อ BCG เป็นต้น

สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟบ้านถ้ำสิงห์เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตกาแฟโรบัสต้าในจังหวัดชุมพรที่มีกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์กาแฟ การเก็บผลผลิต การตาก การสี และการคั่ว โดยใช้เวลาในการบ่มไว้กว่า 1 ปี ทำให้เมล็ดกาแฟของถ้ำสิงห์มีรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอม และไม่มีรสเปรี้ยว นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิตกาแฟ เช่น การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการตากกาแฟ การใช้เครื่องจักรในการคั่วเมล็ดกาแฟ และการแปรรูปเป็นกาแฟรูปแบบต่างๆ ทำให้กาแฟถ้ำสิงห์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นกาแฟดริป กาแฟสำเร็จรูป กาแฟกระป๋องพร้อมทาน หรือลูกอมกาแฟ เป็นต้น โดยทางวิสาหกิจชุมชนฯ มีการจำหน่ายเมล็ดกาแฟไปยังเครือข่ายชุมชนกาแฟในจังหวัดชุมพรและจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ผ่านทางออฟไลน์และออนไลน์ และมีการเปิดสาขาร้านกาแฟถ้ำสิงห์อีกกว่า 6 สาขาในจังหวัดชุมพร และเตรียมขยายสาขาไปยังพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ได้ให้การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟ บ้านถ้ำสิงห์ในด้านเงินทุนสำหรับต่อยอดและหมุนเวียนธุรกิจ รวมถึงมีการสนับสนุนช่องทางการตลาด ด้วยการให้พื้นที่ด้านหน้าสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ชุมพร (สกต. ชุมพร) ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การรับรองมาตรฐาน A-Product ให้แก่ผลิตภัณฑ์กาแฟถ้ำสิงห์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค นอกจากการผลิตกาแฟแล้วในกระบวนการปลูกกาแฟ วิสาหกิจชุมชนฯ ยังได้สร้างธนาคารน้ำใต้ดิน เพื่อใช้กักเก็บปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูฝน ด้วยการเจาะท่อลงในพื้นดินทั่วพื้นที่สวนและขุดบ่อบาดาลเอาไว้ เพื่อให้น้ำฝนที่ตกลงมาโดนดูดซับผ่านท่อและพื้นดินลงไปในชั้นใต้ดินและไหลไปรวมกันที่บ่อบาดาล ทำให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ มีน้ำใช้ตลอดปีและสามารถนำน้ำบาดาลที่กักเก็บไว้มาใช้ในฤดูแล้งได้ตลอด ซึ่งถือเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ชุมพรเป็นจังหวัดที่มีทัศนียภาพที่งดงาม ทั้งทะเล ภูเขา ป่าไม้ และมีผลไม้หลากหลายชนิด ซึ่ง ธ.ก.ส. มีนโยบายสนับสนุนผ่านโครงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (BAAC Agro-Tourism) โดยนำจุดเด่นของชุมชนมาพัฒนา ต่อยอด และวางแนวทางการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับความต้องการนักท่องเที่ยว พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายท่องเที่ยวให้เข้มแข็ง เพื่อสร้างโอกาส สร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟบ้านถ้ำสิงห์มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้แก่ ผาตาอู๊ด ถ้ำสิงห์ ที่สามารถเปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติและวิถีชุมชน เช่น การกางเต็นท์ ชมทะเลหมอกที่       จุดชมวิวเขาถ้ำศิลางู เป็นต้น โดยนักท่องเที่ยวยังสามารถเข้ามาเยี่ยมชมไร่กาแฟ พร้อมชมกระบวนการผลิตและ       ชิมกาแฟโรบัสต้าที่ดีที่สุดได้อย่างเต็มที่ โดย ธ.ก.ส. ตั้งเป้าสร้างฐานชุมชนท่องเที่ยวทั่วประเทศ สะสม 97 ชุมชน พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร 12 เส้นทาง และพัฒนาเครือข่ายท่องเที่ยวมากกว่า 290 ชุมชน โดยคาดหวังว่าจะสามารถ  ดึงนักท่องเที่ยวได้กว่า 200,000 ราย และสร้างรายได้ให้กับชุมชนท่องเที่ยวสะสมกว่า 50 ล้านบาท

Loading

RELATED ARTICLES
SUP
previous arrow
next arrow

Most Popular

PDPA Icon

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ เราใช้คุกกี้ คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้ที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

บันทึกการตั้งค่า