นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ. สำหรับปี 2568 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทย โดยตั้งเป้าหมายในปี 2569 เบี้ยประกันภัยรับโดยตรงของธุรกิจประกันภัยไทยจะถึง 1,000,000 ล้านบาท เป้าหมายนี้สะท้อนถึงการเติบโตที่มั่นคงและการปรับตัวของอุตสาหกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของประชาชนและการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมธุรกิจ
การขับเคลื่อนของสำนักงาน คปภ. ในปี 2568 ถูกกำหนดออกมาเป็นการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั้งในด้านการพัฒนาระบบประกันภัย การเสริมสร้างความมั่นคงของธุรกิจประกันภัย และการพัฒนาองค์กรคปภ. ให้มีความพร้อมในการตอบสนองต่อทิศทางที่มีความท้าทายและความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต
เริ่มจากการมุ่งเน้นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการใช้บริการประกันภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านประกันภัยรถยนต์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อพิพาทบ่อยครั้ง คปภ. จะทบทวนอัตราค่าคุ้มครองและเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่แท้จริง และทำให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสมกับค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบัน อีกทั้งยังผลักดันให้สามารถจำหน่ายกรมธรรม์รถภาคบังคับผ่านช่องทางออนไลน์และออกกรมธรรม์ในรูปแบบ e-Policy ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่อยู่ในยุคดิจิทัลนี้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการยกระดับมาตรฐานการบริการในภูมิภาค รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัยและหน่วยงานภาครัฐ
ในส่วนของธุรกิจประกันภัย คปภ. ตั้งเป้าหมายให้ธุรกิจมีเสถียรภาพและสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง โดยจะดำเนินการกำกับดูแลบริษัทประกันภัยในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่การควบคุมในระดับบริษัทเดียว (Solo Consolidation) ไปจนถึงการกำกับดูแลในระดับกลุ่มบริษัท (Full Consolidation) ซึ่งจะช่วยให้การบริหารความเสี่ยงของบริษัทต่าง ๆ มีความแข็งแกร่งขึ้น และการดำเนินงานมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น การทบทวนหลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนของบริษัทประกันภัยตามระดับความเสี่ยงจะช่วยเพิ่มความมั่นคงและความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
สำหรับการพัฒนาองค์กร คปภ. นอกจากจะมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว ยังมุ่งขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบ AI ที่จะเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและการประมวลผล ซึ่งจะทำให้การตัดสินใจมีความแม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น การบริหารผลงานจะใช้หลักการ OKRs (Objectives and Key Results) เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการตั้งเป้าหมาย และมีการติดตามผลงานอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการประชาสัมพันธ์สำนักงาน คปภ. ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับทั้งสำนักงานและอุตสาหกรรมประกันภัยไทยในสายตาของประชาชน
ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายในปี 2568 นี้ ทั้งจากสมาคมที่เกี่ยวข้อง บริษัทประกันชีวิตและประกันวินาศภัย สื่อมวลชน และภาคธุรกิจประกันภัย ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการประกันภัย เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการใช้ระบบประกันภัยที่มีมาตรฐานและความโปร่งใส
ด้วยแผนการเหล่านี้ คปภ. หวังที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และทำให้อุตสาหกรรมประกันภัยไทยเติบโตอย่างยั่งยืน สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในยุคที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
![]()














