การรถไฟฯ เสริมขบวนพิเศษ 2 ขบวน รับมือประชาชนแห่กลับกรุงเทพฯ หลังสงกรานต์ มั่นใจไม่มีตกค้าง
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินหน้ารับมือการเดินทางกลับกรุงเทพมหานครช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ 2568 ด้วยความมั่นใจ ประกาศเพิ่มขบวนรถไฟพิเศษอีก 2 ขบวน เส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะทะลุเกินหนึ่งแสนคนในวันที่ 17 เมษายน 2568 พร้อมยืนยันว่าแม้ปริมาณการเดินทางจะหนาแน่น แต่ขบวนรถและตู้โดยสารยังคงเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้างแต่อย่างใด
ผู้โดยสารทะลักวันหยุดสุดท้าย คาดทะลุ 1 แสนคน
นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันที่ 17 เมษายน ซึ่งเป็นวันทำงานวันแรกหลังช่วงหยุดยาวสงกรานต์ ได้มีการประเมินว่าประชาชนจะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ กว่า 100,647 คน แบ่งเป็นขาเข้า 56,362 คน และขาออก 44,285 คน ซึ่งถือเป็นปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า
“แม้ตัวเลขผู้โดยสารจะสูง แต่เรามั่นใจว่าไม่มีปัญหาด้านการรองรับ เพราะได้เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า ทั้งขบวนประจำและขบวนเสริม” นายวีริศกล่าว
จัดรถกว่า 200 ขบวน พร้อมเสริมพิเศษ 2 ขบวนสายอีสาน
ในวันดังกล่าว รฟท. ได้จัดขบวนรถไฟประจำออกให้บริการรวมทั้งสิ้น 214 ขบวน ครอบคลุมทุกเส้นทางทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มขบวนรถเสริมพิเศษอีก 2 ขบวน เฉพาะเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อแบ่งเบาความหนาแน่นของผู้โดยสารจากจังหวัดสำคัญในภาคอีสาน ได้แก่:
ขบวนที่ 933 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี ออกเวลา 09.40 น. ถึงเวลา 18.55 น.
ขบวนที่ 934 เส้นทางอุบลราชธานี – สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ออกเวลา 20.00 น. ถึงเวลา 06.30 น.
ขบวนพิเศษทั้งสองนี้ถูกจัดเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเพื่อรองรับความต้องการเดินทางของประชาชนที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนาหลังเทศกาลสงกรานต์
ตัวเลขผู้โดยสารพุ่งต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า
สำหรับสถิติการเดินทางวันที่ 16 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นวันหยุดสุดท้ายของเทศกาล พบว่ามีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟทั่วประเทศถึง 84,517 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารขบวนปกติ 81,248 คน และขบวนรถเสริมพิเศษ 3,269 คน
เส้นทางที่มีการเดินทางหนาแน่นสูงสุด ได้แก่
สายใต้: 28,520 คน
สายตะวันออกเฉียงเหนือ: 24,616 คน
สายเหนือ: 15,886 คน
สายตะวันออก: 9,428 คน
สายมหาชัย: 4,987 คน
สายแม่กลอง: 1,080 คน
แม้ปริมาณผู้โดยสารจะกระจายตัวในหลายเส้นทาง แต่การรถไฟฯ ยืนยันว่าไม่มีรายงานผู้โดยสารตกค้าง และสามารถจัดการจำหน่ายตั๋วได้อย่างเป็นระบบ
รฟท. เข้มงวดมาตรการความปลอดภัย – ประสานทุกหน่วยงานร่วมดูแล
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร นายวีริศยืนยันว่า รฟท. ได้เน้นย้ำเรื่องมาตรการด้านความปลอดภัยตลอดเส้นทางเดินรถ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ทั้งในสถานี บนขบวนรถ และระหว่างทาง
นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อจัดอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ดูแลบริเวณจุดตัดเสมอระดับระหว่างทางรถไฟกับถนน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ โดยเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2568 และจะดำเนินการต่อเนื่องจนสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์
รณรงค์ความปลอดภัยที่จุดตัดรถไฟ – ถนน
การรถไฟฯ ยังได้ออกประกาศขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนที่ต้องผ่านทางตัดเสมอระดับ ให้ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เช่น
หยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร
ห้ามขับแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นภายในระยะ 30 เมตรก่อนถึงจุดตัด
เมื่อพบป้ายเตือน เช่น “ระวังรถไฟ”, ป้ายหยุด, ป้ายรูปกากบาท หรือเครื่องหมายรูปเครื่องจักรไอน้ำ ให้ชะลอความเร็วและสังเกตให้แน่ใจว่าไม่มีรถไฟผ่านก่อนข้ามทาง
มาตรการเหล่านี้ถูกวางไว้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และลดความเสี่ยงในการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินทั้งของผู้โดยสารรถไฟและผู้ใช้ถนน
ปิดท้ายเทศกาลด้วยความปลอดภัยและไร้ปัญหา
เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วงที่มีการเดินทางของประชาชนสูงสุดในรอบปี และการบริหารจัดการด้านคมนาคมโดยเฉพาะระบบรถไฟถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยการวางแผนล่วงหน้า การประสานงานอย่างใกล้ชิด และการอำนวยความสะดวกอย่างมืออาชีพ
ด้วยความพร้อมของการรถไฟแห่งประเทศไทยในปีนี้ ทำให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้อย่างราบรื่น ปลอดภัย และไร้ผู้โดยสารตกค้าง ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการขนส่งสาธารณะในช่วงเทศกาลใหญ่ของชาติ
![]()











