ในจดหมายเปิดผนึกถึงผู้โดยสารทั่วโลก วิศวกร บัดร์ โมฮัมเหม็ด อัล-มีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มสายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ส เปิดเผยถึงวิกฤตครั้งรุนแรงที่สายการบินต้องเผชิญเมื่อ 23 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มต้นจากการถูกสั่งปิดน่านฟ้ากาตาร์อย่างฉับพลัน ตามมาด้วยการยิงขีปนาวุธจากอิหร่านมุ่งสู่ฐานทัพในประเทศ พร้อมคำสั่งปิดน่านฟ้าเพิ่มเติมในหลายประเทศใกล้เคียง ส่งผลให้การบินของสายการบินระดับโลกต้องหยุดชะงักแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เที่ยวบินกว่า 90 เที่ยว จากทุกทวีปทั่วโลก พร้อมผู้โดยสารกว่า 20,000 คน ถูกบังคับให้เปลี่ยนเส้นทางในทันที ขณะเดียวกันมี ผู้โดยสารกว่า 10,000 คนตกค้าง อยู่ในสนามบินกรุงโดฮา ท่ามกลางระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ถูกเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ
แต่ในเวลาเพียง 18 ชั่วโมง ทีมงานจากทุกภาคส่วนของกาตาร์ แอร์เวย์ส ได้รวมพลังฟื้นฟูการให้บริการ กลับมาสู่ภาวะปกติ พร้อมรองรับผู้โดยสารที่ตกค้างทั้งหมดได้ภายใน 24 ชั่วโมง รวมถึงเปิดเที่ยวบินรวมถึง 578 เที่ยวในวันที่ 25 มิถุนายน แสดงถึงศักยภาพของสายการบินในระดับสูงสุด
“นี่คือหนึ่งในวิกฤตการบินที่ท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ทีมงานของเราทั่วโลกแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความสามารถอย่างแท้จริง” — บัดร์ โมฮัมเหม็ด อัล-มีร์ กล่าว
สายการบินได้ดำเนินมาตรการฉุกเฉินครบทุกมิติ ตั้งแต่
เปลี่ยนเส้นทางบินกว่า 151 เที่ยว
จัดที่พักกว่า 3,200 ห้องให้ผู้โดยสาร 4,600 คน
แจกจ่ายอาหารและของจำเป็นกว่า 35,000 ชุด
จัดเที่ยวบินเสริมและเพิ่มกำลังศูนย์บริการลูกค้าแบบเรียลไทม์
และที่สำคัญ สายการบินยังยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้ผู้โดยสารคนใด “ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” แม้จะอยู่ท่ามกลางไฟสงครามและความไม่แน่นอน
จดหมายปิดท้ายด้วยข้อความขอบคุณถึงผู้โดยสารทั่วโลกที่ยังคงไว้วางใจ “ในวันที่ยากลำบากที่สุด” และยืนยันว่า กาตาร์ แอร์เวย์ส จะไม่หยุดทำหน้าที่พาผู้คนข้ามพรมแดนด้วยความปลอดภัยและรับผิดชอบ
![]()











