คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.50% ตามการคาดการณ์ของ SCB EIC เพื่อผ่อนคลายนโยบายการเงินและบรรเทาภาระภาคเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง โดยเฉพาะธุรกิจที่เผชิญการแข่งขันจากต่างประเทศรุนแรงขึ้น และผลกระทบจากมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐฯ
กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 2568 มีแนวโน้มชะลอตัวจากครึ่งปีแรก หลังเร่งส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ในช่วงก่อนหน้า ขณะที่ภาคท่องเที่ยวอาจแผ่วลงและมีการปรับลดคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติในรอบการประชุมเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้ ยังต้องจับตาผลกระทบจากภาษีสินค้าประเภท Transshipment และมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบอุปสงค์โลกและเพิ่มความรุนแรงของการแข่งขัน
ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำจากปัจจัยอุปทาน โดยราคาอาหารสดและพลังงานปรับลด แต่เงินเฟ้อพื้นฐานยังใกล้เคียง 1% ขณะที่การหดตัวของสินเชื่อในภาค SMEs และครัวเรือนยังดำเนินต่อเนื่อง จากความระมัดระวังของสถาบันการเงินและภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน ขณะเดียวกัน เงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็วแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤติการเงินเอเชียปี 2540
SCB EIC ชี้ว่า แม้ดอกเบี้ยนโยบายลดลงแล้วรวม 1% ตั้งแต่ต้นปี 2567 แต่ Real Rate ยังสูงเมื่อเทียบกับอดีต ขณะที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่า Potential Growth มาก จึงประเมินว่ากนง.จะปรับลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ในไตรมาส 4 เหลือ 1.25% เพื่อรับมือความเปราะบางของเศรษฐกิจและป้องกันความเสี่ยงเงินฝืด
![]()














