โครงการ คนละครึ่ง กลับมาสร้างกระแสอีกครั้งในปี 2568 หลังรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศปัดฝุ่นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจยอดนิยม ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในเครื่องมือช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระจายเงินสู่ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ ล่าสุดบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ใช้แพลตฟอร์ม dxt:360 รวบรวมเสียงจากสื่อสังคมออนไลน์ในช่วง 4–21 กันยายน 2568 เพื่อถอดรหัส Insight ของประชาชนต่อโครงการนี้
ผลวิเคราะห์เผยว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังอยากเห็น คนละครึ่ง กลับมาอีกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับ วงเงินและระยะเวลา (50%) ที่ต้องเหมาะสมและต่อเนื่อง, เงื่อนไขการลงทะเบียน (40%) ที่ต้องกระจายสิทธิ์อย่างเท่าเทียม ไม่ซ้ำซ้อนกับผู้ได้รับเงินหมื่นดิจิทัล และใช้แอปฯ เป๋าตัง ที่ประชาชนคุ้นเคย, ส่วน ร้านค้าและผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วม (10%) ประชาชนเสนอให้เน้นร้านรายย่อยและสินค้าผลิตในไทยเพื่อกระจายประโยชน์สู่ผู้ประกอบการเล็กและเกษตรกร
ในมุมมองของโซเชียลประชาชนแบ่งเป็น 3 กลุ่มเด่น ทีม คนละครึ่ง ครองใจ 60% เห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ จับต้องได้ และช่วยกระจายเงินสู่เศรษฐกิจฐานราก ส่วนทีม เงินหมื่นดิจิทัล 22% ยังชื่นชอบการได้รับเงินก้อนใหญ่เพื่อลงทุนหรือใช้จ่ายตามความจำเป็น ขณะที่ 18% แสดงความไม่เชื่อมั่นต่อโครงการรัฐ ไม่ว่าจะเป็นคนละครึ่งหรือเงินหมื่นดิจิทัล จากประสบการณ์นโยบายที่ผ่านมา
อีกหนึ่งประเด็นร้อนคือ สัดส่วนการร่วมจ่าย รัฐ 60 : ประชาชน 40 สำหรับผู้เสียภาษีเทียบกับ 50:50 ของประชาชนทั่วไป ความเห็นแตกเป็นสองขั้ว กลุ่มสนับสนุนมองว่าเป็นแรงจูงใจให้เสียภาษีอย่างถูกต้อง แต่ฝั่งคัดค้านมองว่าเป็นการแบ่งแยกชนชั้นและซับซ้อนเกินจำเป็น
แม้เสียงแตก แต่สิ่งที่เห็นชัดคือ คนละครึ่ง ยังคงอยู่ในใจคนไทย และบทสนทนาออนไลน์ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนต้องการให้โครงการถูกปรับปรุงให้ทันสมัย ใช้งานง่าย และตอบโจทย์ชีวิตจริงของทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
ข้อมูลทั้งหมดจาก dxt:360 ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด แสดงให้เห็นว่า การฟังเสียงโซเชียลไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูล แต่คือกุญแจสำคัญในการออกแบบนโยบายที่ตรงใจประชาชน และทำให้โครงการอย่างคนละครึ่ง “จับต้องได้จริง”
![]()













