รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี เปิดเผยข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพประชากรไทยครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2567–2568) โดยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และสสส. พบว่ามีคนไทยเป็นโรคเบาหวาน 6.1 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้สูบบุหรี่ถึง 779,060 คน และมีเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 377,542 คน ไม่รู้ว่าตัวเองป่วย ขณะที่มีผู้ที่รู้ว่าป่วยแต่ไม่ได้รับการรักษา 42,099 คน ส่วนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาแต่คุมเบาหวานได้ไม่ดีมี 226,392 คน และผู้ที่ควบคุมเบาหวานได้ดีเพียง 133,027 คน
ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐฯ ระบุว่า การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานถึง 30–40% และยิ่งสูบมาก ยิ่งเสี่ยงมากขึ้น ผู้ป่วยเบาหวานที่สูบบุหรี่จะควบคุมระดับน้ำตาลได้ยากและเกิดโรคแทรกซ้อนเร็วและรุนแรงขึ้น เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคไตวาย เส้นเลือดไปเลี้ยงขาไม่ดีทำให้แผลหายช้าและอาจต้องตัดขา เบาหวานขึ้นตาทำให้ตามัวถึงขั้นบอด ปลายประสาทมือ-เท้าเสื่อม เกิดอาการชา เจ็บปวด แขนขาอ่อนแรง เสียความทรงตัว
“การเลิกสูบบุหรี่จะช่วยให้ควบคุมเบาหวานได้ง่ายขึ้น สุขภาพโดยรวมดีขึ้น และลดความเสี่ยงเกิดโรคแทรกซ้อน” ศ.นพ.ประกิต กล่าว
ทั้งนี้ การสำรวจยังพบว่า มีผู้สูบบุหรี่ 378,000 คน ที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นเบาหวาน ซึ่งทำให้หลอดเลือดเสื่อมเร็วจากทั้งเบาหวานที่ไม่ได้ควบคุมและการสูบบุหรี่ จนอาจทราบภายหลังเมื่อเกิดโรคหัวใจ เส้นเลือดสมองตีบ สมรรถภาพทางเพศเสื่อม ตามองเห็นลดลง ไตเสื่อม หรือเส้นเลือดขาตีบ
ศ.นพ.ประกิต แนะนำว่า คนสูบบุหรี่ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป หากยังเลิกสูบไม่ได้ ควรเจาะเลือดตรวจสุขภาพเพื่อเช็กว่ามีเบาหวานหรือโรคประจำตัวอื่นหรือไม่ เพราะแม้จะควบคุมเบาหวานได้ดี การสูบบุหรี่ก็ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าคนไม่สูบ
![]()














