ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เดินหน้าอีกหนึ่งก้าวใหญ่ของวงการไมซ์ไทย ด้วยการจับมือกับบริษัท เอส ซี ไอ อีโค่ เซอร์วิสเซส จำกัด (SCIeco) โดย SCG พัฒนาระบบจัดการขยะครบวงจร ผ่านโมเดล “Waste-to-Value” ที่สามารถแปรรูปขยะทั่วไป (General Waste) ให้กลายเป็นพลังงานทดแทน (Refuse-Derived Fuel: RDF) ได้อย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือนี้ไม่ใช่เพียงการจัดการขยะในศูนย์ประชุม แต่คือการสร้างต้นแบบใหม่ของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยทั้งระบบ
ขยะไม่ใช่ภาระ แต่คือพลังงาน
การร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเดือนวันสิ่งแวดล้อมไทย สะท้อนวิสัยทัศน์ของศูนย์ฯ สิริกิติ์ที่ต้องการผลักดันให้ไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและ Net Zero ภายในปี 2050 ด้วยการปรับโครงสร้างการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง จุดเด่นของระบบ RDF คือการลดปริมาณขยะที่จะถูกฝังกลบ พร้อมเปลี่ยนของเสียให้กลับมามีคุณค่าในรูปแบบพลังงานหมุนเวียน นับเป็นครั้งแรกที่ศูนย์ประชุมในประเทศไทยนำระบบนี้มาใช้จริง
สุรพล อุทินทุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์ฯ กล่าวชัดว่า
“ความยั่งยืนต้องเริ่มจากโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงกิจกรรมครั้งคราว”
การเลือก SCIeco โดย SCG เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ นับเป็นการตอกย้ำแนวทางดังกล่าว เพราะองค์กรนี้มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการของเสียครบวงจร และมีระบบบริหารจัดการข้อมูลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมทำงานกับหลายอุตสาหกรรมชั้นนำในประเทศมาแล้ว
ต่อยอดความยั่งยืนที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ฯ สิริกิติ์ มีการพัฒนามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทั้ง
ระบบ ISO 14064-1
Carbon Footprint for Organization (CFO)
โครงการ Zero Food Waste
การจัดทำ Carbon Footprint of Event (CFE) พร้อมแดชบอร์ดวัดคาร์บอนแบบเรียลไทม์ (Real-Time Carbon Footprint Tracking Dashboard)
มาตรการเหล่านี้ทำให้ศูนย์ฯ ได้รับรางวัลทั้งในประเทศและระดับสากล และเป็นพื้นฐานของการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero 2050
SCG มองขยะเป็น “ทรัพยากรที่ยังมีคุณค่า”
ด้านฉลอง ลิ่มสุนทรากุล กรรมการผู้จัดการ SCIeco ระบุว่า การแปรรูปขยะทั่วไปให้เป็น RDF เปรียบเสมือนการนำทรัพยากรกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมชี้ว่า ศูนย์ฯ สิริกิติ์เป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่เข้าร่วมพัฒนาในระดับปฏิบัติการจริง ตั้งแต่ขั้นตอนคัดแยก รวบรวม ไปจนถึงการส่งต่อเพื่อแปรรูปเป็นพลังงานครบวงจร
เขาเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะกลายเป็นต้นแบบสำคัญให้กับไมซ์ไทย และเป็นแรงขับเคลื่อนให้ประเทศเดินหน้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน
มากกว่าความร่วมมือ — คือการสร้างมาตรฐานใหม่ของไมซ์ไทย
การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มระบบบริหารจัดการภายในศูนย์ประชุม แต่เป็นภาพสะท้อนของการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของทั้งอุตสาหกรรมไมซ์ ผ่านโมเดลที่สามารถวัดผลได้จริง สอดรับประเทศที่กำลังก้าวสู่ทิศทาง Net Zero และเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มตัว
ช่วงเวลาสำคัญของการลงนาม
สุรพล อุทินทุ และฉลอง ลิ่มสุนทรากุล ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ พร้อมด้วยผู้บริหารจากทั้งสององค์กร ได้แก่
สุทธิชัย บัณฑิตวรภูมิ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.
ดุสิต อนุกูลมีชัย ผู้จัดการส่วน Client Services – Project Owner บริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด
การรวมตัวครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวแห่งความหวัง ที่จะช่วยให้ไมซ์ไทยเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขยะเป็นศูนย์ และใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างเป็นรูปธรรม
![]()














