สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาบริเวณพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ยังคงตึงเครียด หลังเกิดเหตุปะทะต่อเนื่องในช่วงเช้า ส่งผลให้แรงระเบิดสะเทือนจนสายไฟแรงสูงในพื้นที่ได้รับความเสียหายและขาดหลายจุด ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ทั้งในเขตชุมชนและบริเวณฐานปฏิบัติการของทหารไทย
ฝ่ายการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสุรินทร์ได้รับแจ้งเหตุเร่งด่วน จึงจัดส่งทีมช่างเข้าพื้นที่ทันที แต่ภารกิจครั้งนี้ต่างจากทุกครั้ง—ช่างทุกนายต้องสวมเสื้อเกราะกันกระสุน พร้อมหมวกนิรภัยเฉพาะกิจ เนื่องจากยังมีเสียงปืนใหญ่ออกมาจากฝั่งกัมพูชาเป็นระยะ โดยเฉพาะ BM-21 ที่ตกใกล้จุดปฏิบัติงาน สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ทีมช่างต้องทำงานอย่างระมัดระวังทุกวินาที
ทหารไทยจากกองกำลังประจำพื้นที่ได้จัดชุดคุ้มกันตลอดขั้นตอน พร้อมประสานเส้นทางปลอดภัย และเร่งเคลียร์พื้นที่จุดเสี่ยงเพื่อให้ช่างสามารถเข้าไปซ่อมแซมระบบไฟฟ้าได้เร็วที่สุด ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันและเสียงระเบิดไกล ๆ ไม่ขาดสาย
หัวหน้าชุดปฏิบัติการของทหารไทยเปิดเผยว่า แม้สถานการณ์จะไม่น่าไว้วางใจ แต่ทีมช่างทุกคนแสดงให้เห็นถึง “หัวใจของผู้กล้า” ที่มุ่งมั่นฟื้นฟูระบบไฟฟ้าเพื่อให้ทั้งทหารและชาวบ้านสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ เขาย้ำว่า “ถ้าไม่มีพวกเขา เราคงไม่สามารถประคองสถานการณ์และช่วยประชาชนได้เร็วขนาดนี้”
หลังใช้เวลาหลายชั่วโมงท่ามกลางความเสี่ยง ทีมช่างสามารถซ่อมสายไฟแรงสูงและฟื้นระบบจ่ายไฟได้สำเร็จ ทำให้ทั้งหมู่บ้านและฐานทหารกลับมามีไฟฟ้าใช้อีกครั้ง สร้างความโล่งใจให้กับประชาชนในพื้นที่และเป็นกำลังใจสำคัญแก่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
![]()














