เอสซีจี (SCG) ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังคงชะลอตัว แต่เริ่มเห็นสัญญาณโอกาสในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจเคมิคอลส์ที่มีแนวโน้มทรงตัวจากกำลังการผลิตใหม่ของโลกที่ลดลง และราคาวัตถุดิบที่อ่อนตัว ขณะที่การลงทุนภาครัฐยังมีความต่อเนื่อง เอื้อต่อธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้งยังเติบโตจากการบริโภคในอาเซียน และการขยายตัวของเศรษฐกิจเวียดนาม
จากบริบทดังกล่าว เอสซีจีวางทิศทางการดำเนินงานปี 2569 ภายใต้ 4 แนวคิดหลัก คือ
“เข้มข้น” รักษาวินัยการเงินและบริหารกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ
“เข้มแข็ง” เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทั่วองค์กร
“เสริมแกร่ง” รุกธุรกิจเติบโตระยะยาว
และ “เอาอยู่” พร้อมรับมือทุกความท้าทายอย่างรอบด้าน
หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ปีนี้ คือการเดินหน้า Regional Optimization โดยชู เวียดนาม เป็นฐานการผลิตและการลงทุนหลัก ซึ่งปัจจุบันคิดเป็น 27% ของสินทรัพย์รวมเอสซีจี รองรับทั้งตลาดในประเทศและการส่งออกสู่ตลาดโลก จากความได้เปรียบด้านต้นทุน การเติบโตของ GDP และข้อตกลงการค้าเสรีกับกว่า 60 ประเทศ
แผนธุรกิจรายกลุ่มปี 2569
กลุ่มธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
เอสซีจีมุ่งเสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุนด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียน เชื้อเพลิงทดแทน และการนำ AI & Robotics มาใช้ในกระบวนการผลิต เช่น ระบบคาดการณ์การซ่อมบำรุงเครื่องจักร การควบคุมคุณภาพสินค้า และการยกระดับบริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง SCG HOME Online
ขณะเดียวกัน เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมวัสดุก่อสร้างขั้นสูง เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ Gen 4 และคอนกรีตสมรรถนะสูงพิเศษ (UHPC) พร้อมปรับพอร์ตสินค้า SVP, HVA และ Green ให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด รวมถึงบริการต่อเติมและโซลูชันประหยัดพลังงาน
เอสซีจี เดคคอร์
เน้นลดต้นทุนการผลิตด้วยการเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวมวลและพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมรุกตลาดเวียดนามทั้งในประเทศและส่งออก โดยขยายกำลังการผลิตกระเบื้องเกรซพอร์ซเลนซึ่งเป็นสินค้า HVA อีก 6.6 ล้านตารางเมตรต่อปี รองรับความต้องการจากโครงการพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานในเวียดนาม
เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC)
เดินหน้าบริหารสินทรัพย์โรงงาน LSP ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่การลดต้นทุน รักษาฐานลูกค้า และเพิ่มความยืดหยุ่นด้านวัตถุดิบ โดยโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทน (LSPE) ในเวียดนามคืบหน้าตามแผน คาดแล้วเสร็จในปี 2570 พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA) มากกว่าร้อยละ 60 ของยอดขายในธุรกิจปลายน้ำ และขยายสินค้า Green Polymers ลดความผันผวนจากวัฏจักรอุตสาหกรรม
เอสซีจีพี (SCGP)
เร่งสร้างการเติบโตผ่านการควบรวมและขยายกิจการ (M&P) โดยเน้นเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร และการนำระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และ Cobot มาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อยกระดับความสามารถทำกำไร พร้อมพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับลูกค้า
เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่
เร่งผลักดันโครงการพลังงานสะอาดที่อยู่ระหว่างพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพโครงการที่เริ่มเดินเครื่องแล้ว และยกระดับ Smart Grid Platform ด้วย Generative AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์พลังงานหมุนเวียน รองรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ Direct PPA รวมถึงการพัฒนา Heat Battery เชิงพาณิชย์ ลดต้นทุนและตอบโจทย์การใช้งานภาคอุตสาหกรรม
ผลประกอบการปี 2568 ตอกย้ำฐานะการเงินแกร่ง
ในปี 2568 เอสซีจีมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และลดหนี้สินสุทธิลง 14,845 ล้านบาท จากการบริหารเงินทุนหมุนเวียน การปรับโครงสร้างธุรกิจ และการควบคุมงบลงทุนอย่างมีวินัย พร้อมจ่ายเงินปันผลประจำปีในอัตราหุ้นละ 5.0 บาท สะท้อนความมุ่งมั่นในการดูแลผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
“แม้ปี 2569 ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย เอสซีจีจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และพร้อมสู้ทุกสถานการณ์” นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าว
![]()













