บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM และ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อย หรือโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับแนวนโยบายของภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบการเงินในระยะยาว
ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเครดิตของลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาหนี้ พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อยที่มีภาระหนี้เสียไม่สูง สามารถปรับปรุงประวัติการชำระหนี้ หลุดพ้นจากสถานะหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ในอนาคต
นับเป็นการฟื้นฟูสถานะทางการเงินของประชาชนในระดับครัวเรือน ควบคู่กับการลดความเสี่ยงต่อระบบการเงินโดยรวม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ SAM ในการเป็น บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม (Social AMC) ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นกลไกกลางของภาครัฐในการขับเคลื่อนโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบนโยบายของธปท. ที่มุ่งรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ควบคู่กับการให้โอกาสและความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยอย่างจริงใจ เป็นธรรม และโปร่งใส
ทั้งนี้ SAM จะดำเนินการรวบรวมและจัดส่งข้อมูลลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ เฉพาะกรณีที่มีการปรับโครงสร้างหนี้และได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ ไปยัง NCB เป็นรายเดือน ผ่านระบบที่มีความมั่นคงปลอดภัย โดย SAM และ NCB จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแยกจากกัน และดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของข้อมูลตลอดกระบวนการ
ด้าน ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) กล่าวว่า NCB มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ SAM ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือนี้สะท้อนบทบาทของ NCB ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลเครดิตของประเทศ ที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินโครงการของภาครัฐ โดยข้อมูลจาก SAM จะช่วยให้รายงานข้อมูลเครดิตมีความครบถ้วนมากยิ่งขึ้น และเป็น “ประตูสู่โอกาส” ให้ลูกหนี้ที่มีความตั้งใจและมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีขึ้น สามารถกลับมามีชีวิตทางการเงินใหม่ และเข้าถึงสินเชื่อในอนาคตได้อีกครั้ง
![]()














