สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ประเมินภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ในภาวะ “ทรงตัว” มูลค่ารวมประมาณ 47,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 46,142 ล้านบาท สะท้อนดีมานด์สร้างบ้านที่ยังมีต่อเนื่อง แต่ถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยว่า แม้ความต้องการสร้างบ้านยังขยายตัว แต่ผู้ประกอบการต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ผันผวน โดยเฉพาะเหล็กและสินค้าในกลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามทิศทางราคาพลังงาน ส่งผลให้ต้นทุนก่อสร้างโดยรวมสูงขึ้นต่อเนื่อง
จากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ประกอบการในกลุ่มสมาชิกสมาคมฯ เตรียมปรับราคาบ้านเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3–5% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยคาดว่าจะเริ่มมีผลตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดในไตรมาส 2
ทั้งนี้ แนวโน้มการปรับราคาจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ปรับราคาทันทีหลังเดือนเมษายน และกลุ่มที่ทยอยปรับราคาในช่วงไตรมาส 2 เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงที่เพิ่มขึ้น
สมาคมฯ ยังแนะผู้บริโภคที่มีแผนสร้างบ้านควรเร่งตัดสินใจในช่วงเวลานี้ เพื่อ “ล็อกต้นทุนเดิม” ก่อนการปรับราคาจะเกิดขึ้น โดยการทำสัญญาก่อนสิ้นเดือนเมษายนจะช่วยควบคุมงบประมาณได้ดีกว่าในช่วงที่ต้นทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน สมาคมฯ เดินหน้าขยายฐานสู่ภูมิภาค โดยล่าสุดสามารถจัดตั้งคณะกรรมการภูมิภาคในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ได้สำเร็จ เพื่อยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้าง ขยายฐานสมาชิก และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในต่างจังหวัด
พร้อมกันนี้ เตรียมจัดงาน “มหกรรมรับสร้างบ้านภูมิภาค” ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 โดยจะเริ่มในภาคอีสานและภาคใต้ เพื่อเข้าถึงกำลังซื้อในพื้นที่ศักยภาพ และนำเสนอผู้ประกอบการรับสร้างบ้านชั้นนำแบบครบวงจร
นายอนันต์กร กล่าวทิ้งท้ายว่า การขยายตลาดสู่ภูมิภาคอย่างเป็นระบบ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ตลาดรับสร้างบ้านกลับมาคึกคักในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเน้นสื่อสารจุดขาย “สร้างเร็ว ประหยัดกว่า ล็อกราคาเดิม” เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคในช่วงก่อนต้นทุนรอบใหม่จะเริ่มปรับขึ้น
![]()













