หนี้ครัวเรือนไทยกำลังส่งสัญญาณ “น่ากังวลมากขึ้น” หลังตัวเลขล่าสุด ณ สิ้นปี 2025 ขยับขึ้นแตะ 86.7% ต่อ GDP อีกครั้ง แม้จะเป็นการขยายตัวเพียงเล็กน้อยที่ 0.05%YOY แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง กลับสะท้อนภาพเศรษฐกิจฐานรากที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ และกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน
ยอดหนี้ครัวเรือนรวมอยู่ที่ 16.44 ล้านล้านบาท โดยแรงขับเคลื่อนหลักไม่ได้มาจากการลงทุนหรือสร้างรายได้ แต่เป็น “หนี้เพื่อการบริโภค” ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นี่คือสัญญาณสำคัญว่า ครัวเรือนไทยจำนวนไม่น้อยกำลังใช้ “หนี้” เพื่อประคองการใช้ชีวิตในภาวะรายได้ไม่พอรายจ่าย
💳 หนี้โตจาก “จำเป็นต้องกู้” ไม่ใช่ “อยากลงทุน”
โครงสร้างหนี้รอบนี้แตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน
สินเชื่อเพื่อการบริโภค เช่น บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นตัวหลักที่ผลักดันหนี้ให้กลับมาขยายตัว ขณะที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจ การศึกษา หรือแม้แต่เช่าซื้อรถ กลับยังหดตัวต่อเนื่อง
ภาพนี้สะท้อนว่า
เศรษฐกิจยังไม่สร้าง “โอกาส” แต่กำลังเพิ่ม “ภาระ”
🏦 แบงก์เข้ม คนหันพึ่ง “เงินนอกระบบใกล้ตัว”
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคือ การปล่อยสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ยังคงหดตัวต่อเนื่อง
สวนทางกับสินเชื่อจาก
สหกรณ์ออมทรัพย์
โรงรับจำนำ
สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ
ที่เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน
นี่ไม่ใช่แค่เรื่อง “เข้าถึงเงิน” แต่คือการสะท้อนว่า
ครัวเรือนกำลังถูกบีบให้หันไปหาแหล่งเงินที่ยืดหยุ่นกว่า แม้ต้นทุนอาจสูงกว่า
⚠️ 2 ระเบิดเวลาที่กำลังกดความสามารถชำระหนี้
SCB EIC ชี้ตรงกันว่า ความเสี่ยงของหนี้ครัวเรือน “ยังไม่ถึงจุดพีค” และกำลังถูกกดดันจาก 2 ปัจจัยใหญ่
1. ตลาดแรงงานเปราะบาง
อัตราว่างงานเริ่มขยับขึ้นแตะ 0.9% ในต้นปี 2026
กลุ่มวัยเริ่มทำงาน (15–24 ปี) หางานยากขึ้น
การจ้างงานภาคอุตสาหกรรมหดตัวครั้งแรกในรอบ 4 ปี
ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ “ตกงาน”
แต่คือ “รายได้ไม่แน่นอน” ซึ่งกระทบตรงต่อความสามารถชำระหนี้
2. ค่าครองชีพพุ่ง จากสงคราม–พลังงาน
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังดันราคาพลังงานสูงขึ้น
และลากเงินเฟ้อไทยปี 2026 ไปที่ราว 3.2%
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
ค่าใช้จ่ายเพิ่ม
รายได้จริงลด
ธุรกิจแบกรับต้นทุนสูง → เสี่ยงลดจ้างงาน
แรงงานกว่า 2.6 ล้านคน (6.5% ของทั้งประเทศ) อยู่ในกลุ่มธุรกิจเสี่ยง
ซึ่งอาจถูกลดชั่วโมงทำงาน หรือรายได้ในระยะถัดไป
🧠 “หนี้” ไม่ใช่ปัญหา ถ้ามีรายได้รองรับ
โจทย์ใหญ่ของไทยวันนี้ไม่ใช่แค่ “หนี้สูง”
แต่คือ “รายได้โตไม่ทันหนี้”
เมื่อครัวเรือนต้องกู้เพื่อใช้จ่าย
แปลว่า “ระบบรายได้” กำลังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง
🏛️ ทางออก: ประคองระยะสั้น + แก้โครงสร้างระยะยาว
ระยะสั้น
มาตรการลดค่าครองชีพแบบ “ตรงกลุ่ม” โดยเฉพาะพลังงาน
พัก/ปรับโครงสร้างหนี้กลุ่มเปราะบาง
ลดแรงกดดันให้ครัวเรือนไม่ต้องก่อหนี้เพิ่ม
ระยะยาว
ยกระดับทักษะแรงงาน (Reskill / Upskill)
สร้างงานที่มีผลิตภาพและรายได้สูง
ขยายสวัสดิการรองรับสังคมสูงวัย
เสริมวินัยทางการเงิน ลดการพึ่งพาหนี้บริโภค
📌 บทสรุป: “สัญญาณเงียบ” ที่ไม่ควรมองข้าม
หนี้ครัวเรือน 86.7% ต่อ GDP อาจยังไม่ใช่ตัวเลขสูงสุดในภูมิภาค
แต่ “ทิศทาง” ที่กำลังเกิดขึ้น คือสัญญาณเตือนสำคัญ
เพราะหนี้รอบนี้ไม่ได้มาจากการลงทุนเพื่ออนาคต
แต่เกิดจากการ “เอาตัวรอดในปัจจุบัน”
และหากรายได้ยังไม่ฟื้น
หนี้ก้อนนี้อาจกลายเป็น “ตัวถ่วงเศรษฐกิจไทย” ในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
![]()













