ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มส่งผลชัดเจนมากขึ้น พร้อมคงคาดการณ์ GDP เติบโตเพียง 1.4% ท่ามกลางความเปราะบางของเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูง
รายงานระบุว่า ภาคท่องเที่ยวเริ่มได้รับผลกระทบโดยตรง จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วงต้นเดือนเมษายนลดลง โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป ขณะที่ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นมีแนวโน้มกดดันการฟื้นตัวต่อเนื่อง ด้านการส่งออกไปตะวันออกกลางหดตัวแรงในเดือนมีนาคม แม้ภาพรวมยังได้แรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยความเชื่อมั่นภาคธุรกิจในช่วง 3 เดือนข้างหน้าลดต่ำกว่าปัจจุบันเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดแรงงานยังอ่อนแอ อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น ธุรกิจเปิดใหม่ลดลง และการเลิกกิจการเร่งตัว
ด้านต้นทุนยังเป็นแรงกดดันสำคัญ ทั้งค่าครองชีพ ค่าไฟฟ้าที่มีแผนปรับขึ้น และต้นทุนพลังงานที่ยังสูง ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มทยอยปรับราคาสินค้า
ในฝั่งนโยบาย รัฐบาลใหม่ส่งสัญญาณใช้นโยบายการคลังเข้ามาประคองเศรษฐกิจมากขึ้น ผ่านมาตรการลดค่าครองชีพ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ควบคู่กับกรอบนโยบาย “4T” ที่เน้นการลงทุนระยะยาว เช่น เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล พร้อมทั้งอาจขยายเพดานหนี้สาธารณะเพื่อรองรับความเสี่ยง
ด้านเสถียรภาพการเงิน Moody’s คงอันดับความน่าเชื่อถือไทยที่ Baa1 และปรับมุมมองเป็น Stable แม้เศรษฐกิจยังอ่อนแอ ขณะที่ต้องจับตาท่าทีของ Fitch ที่เคยปรับมุมมองเป็น Negative
SCB EIC คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ในช่วง 1–2 ไตรมาสข้างหน้า โดยเลือกใช้นโยบายแบบ “Wait-and-see” ท่ามกลางข้อจำกัดของนโยบายและความไม่แน่นอนสูง พร้อมมีแนวโน้มใช้มาตรการเฉพาะจุดช่วยภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ
ขณะที่เศรษฐกิจโลกปี 2569 คาดว่าจะชะลอลงเหลือ 2.5% จาก 2.9% ในปี 2568 จากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลางที่ดันต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อสูงขึ้น ส่งผลให้นโยบายการเงินและการคลังทั่วโลกมีข้อจำกัดมากขึ้น
![]()













