[บลจ.กสิกรไทย](https://www.kasikornasset.com?utm_source=chatgpt.com) ตอกย้ำกลยุทธ์การลงทุนแบบ Core & Satellite Portfolio รับมือความผันผวนเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก มุ่งสร้างสมดุลระหว่างเสถียรภาพและโอกาสเติบโตระยะยาว ผ่านกองทุนเด่นทั้งพอร์ตหลักและพอร์ตรอง พร้อมชูผลตอบแทนระดับ Quartile 1 หลายช่วงเวลา
วิน พรหมแพทย์ เปิดเผยว่า กลยุทธ์ Core & Satellite Portfolio ยังคงเหมาะกับภาวะตลาดที่ผันผวน โดย “Core Portfolio” ทำหน้าที่เป็นฐานหลักของการลงทุน ผ่านกองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series ที่มีจุดเด่นด้าน Dynamic Asset Allocation ปรับสัดส่วนลงทุนได้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ พร้อมบริหารความเสี่ยงค่าเงินเพื่อลดความผันผวนของพอร์ต
สำหรับกองทุน K-WPULTIMATE สามารถสร้างผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ราว 9% แม้เผชิญแรงกดดันจากสงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อีกทั้งยังรักษาผลการดำเนินงานระดับ Quartile 1 ในช่วง 3 เดือน, 3 ปี และตั้งแต่จัดตั้ง ขณะที่ K-WPSPEEDUP ก็รักษาระดับ Quartile 1 ได้ในหลายช่วงเวลาเช่นกัน
ด้าน “Satellite Portfolio” ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มศักยภาพผลตอบแทนเชิงรุก ผ่านธีมลงทุนที่มีแนวโน้มเติบโต โดยกองทุน K-GDBONDUH ลงทุนผ่าน PIMCO GIS Income Fund เน้นสร้างรายได้สม่ำเสมอจากอัตราผลตอบแทนที่ยังอยู่ในระดับสูง พร้อมลงทุนในตราสารหนี้ Investment Grade ราว 85% ส่งผลให้มีผลการดำเนินงานระดับ Quartile 1 ในหลายช่วงเวลา
ขณะที่ K-GINFRA-A(D) เน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ได้อานิสงส์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว ส่วน K-GTECH รับแรงหนุนจากกระแส AI ทั่วโลก ซึ่งช่วยผลักดันการเติบโตของหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และสามารถทำผลการดำเนินงานระดับ Quartile 1 ได้หลายช่วงเวลาเช่นกัน
นอกจากนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังแนะนำกองทุนตลาดเงิน K-SF-A สำหรับบริหารสภาพคล่องและรองรับโอกาสลงทุนในจังหวะที่เหมาะสม โดยมีความผันผวนต่ำ และเป็นกองทุนตลาดเงินขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมรักษาผลการดำเนินงานระดับ Quartile 1 ต่อเนื่องในหลายช่วงเวลา
ทั้งนี้ การผสานระหว่างสินทรัพย์สภาพคล่อง พอร์ตหลักที่เน้นเสถียรภาพ และพอร์ตรองที่มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงรุก ถือเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ Core & Satellite Portfolio ที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม และเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวอย่างยั่งยืน
![]()














