บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ผู้นำระดับโลกด้านอุตสาหกรรมอาหารทะเล เปิดตัวนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ปลาทูน่าแปรรูปชนิดซอง (Pouch) ที่ผลิตจากวัสดุชนิดเดียว (Mono-Material) และสามารถรีไซเคิลได้เป็นรายแรกของอุตสาหกรรมอาหารทะเล โดยพัฒนาร่วมกับ Mondi บริษัทวัสดุและบรรจุภัณฑ์ระดับโลก ภายใต้การขับเคลื่อนกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 พร้อมนำร่องวางจำหน่ายในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ภายใต้แบรนด์ John West
นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป เนื่องจากสามารถผสานคุณสมบัติการรีไซเคิลเข้ากับประสิทธิภาพในการเก็บรักษาคุณภาพอาหารได้อย่างลงตัว แก้ข้อจำกัดของบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน (Flexible Packaging) ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมายาวนานหลายทศวรรษ
ผลิตภัณฑ์ชุดแรกวางจำหน่ายในชื่อ “Stir & Serve” เป็นอาหารพร้อมรับประทาน 4 เมนู ออกแบบให้รับประทานคู่กับข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว หรือพาสต้า ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และพกพาง่าย โดยไทยยูเนี่ยนมีแผนขยายนวัตกรรมดังกล่าวไปยังผลิตภัณฑ์แบรนด์อื่นในยุโรปและสหรัฐอเมริกาภายในปีนี้ รองรับการเติบโตของตลาดอาหารพร้อมรับประทานและชุดอาหารพร้อมปรุง
นายแอร์วอง วิลเฟอ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจแบรนด์อาหารทะเลแปรรูป บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค โดยบรรจุภัณฑ์ชนิดซองที่สามารถรีไซเคิลได้ ช่วยรักษาความสดใหม่ของอาหาร พร้อมนำเสนอเมนูที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกโอกาสในการรับประทาน และต่อยอดความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ Et Hop! ในฝรั่งเศส และ Frigo ในอิตาลี
บรรจุภัณฑ์ใหม่นี้ผลิตจากพลาสติกโพลิโพรพิลีน (Polypropylene) ซึ่งสามารถเข้าสู่ระบบรีไซเคิลในยุโรป ใช้เทคโนโลยีฟิล์มขั้นสูงที่มีชั้นป้องกันระดับนาโนเมตร ช่วยป้องกันออกซิเจนและความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่อุณหภูมิห้องได้นานถึง 18 เดือน พร้อมทดแทนชั้นอะลูมิเนียมฟอยล์แบบเดิม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อาหารประเภท Retort Pouch
นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ยังมีน้ำหนักเบา ใช้วัสดุน้อยกว่า 7 กรัมต่อผลิตภัณฑ์ 300 กรัม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่ง ลดการใช้เชื้อเพลิงตลอดห่วงโซ่อุปทาน และช่วยลดปัญหาขยะอาหารจากการยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ ไทยยูเนี่ยนตั้งเป้าให้ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ทั้งหมดของบริษัทใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทสามารถบรรลุสัดส่วนการใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนแล้ว 91% และเตรียมทยอยนำเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Mono-Material ไปใช้กับผลิตภัณฑ์แบรนด์ต่าง ๆ ตลอดปี 2569 พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนเพิ่มเติมในปี 2570
![]()














