กรุงเทพประกันชีวิต เดินหน้ายกระดับศักยภาพตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน สู่บทบาทใหม่ในฐานะ “Life Care Partner” หรือ “ตัวแทนของความใส่ใจ” ที่ไม่เพียงนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกัน แต่ต้องเป็นผู้ช่วยดูแลคุณภาพชีวิตลูกค้าอย่างรอบด้านในทุกช่วงวัย รองรับแนวโน้มสังคมอายุยืน (Longevity Society)
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือโครงการ Leader Club ซึ่งเป็นเวทีสัมมนาเพื่อเสริมองค์ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานให้กับตัวแทน โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ 1 ของทุกเดือน เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวแทนให้สามารถเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าได้อย่างครบวงจร
สำหรับเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กรุงเทพประกันชีวิตได้จัดสัมมนาในหัวข้อ “Life Care Partner Pre – Retirement” ณ ห้องประชุมชิน โสภณพนิช อาคารกรุงเทพประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วนร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ
การสัมมนาครั้งนี้มีวิทยากร 3 ท่าน ได้แก่
คุณอรพรรณ บัวประชุม CFP® Assistant Managing Director, Wealth Management Academy บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด
คุณนรินทร์ เอกวงศ์วิริยะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร กรุงเทพประกันชีวิต
คุณทรงพล ปรีดาวุฒิ FSA ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาและบริหารผลิตภัณฑ์ กรุงเทพประกันชีวิต
ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการวางแผนชีวิตในยุคที่ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่พบคือ คนจำนวนมากยังมีแนวคิดว่า “ยังไม่ถึงเวลาต้องเตรียมเกษียณ” แต่เมื่อใกล้ถึงวัยเกษียณกลับพบว่าการเตรียมตัวล่าช้าเกินไป ทำให้หลายคนมีเงินไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ซึ่งอาจยาวนานถึง 20–30 ปี
คุณอรพรรณ บัวประชุม จาก Wealth Management Academy บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น จึงจำเป็นต้องวางแผนบริหารเงินอย่างเป็นระบบ โดยแนะนำให้แบ่งการจัดพอร์ตการลงทุนออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ พอร์ตเงินสำรองฉุกเฉิน พอร์ตสินทรัพย์ปลอดภัย พอร์ตสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อ และพอร์ตสุขภาพสำหรับรองรับค่ารักษาพยาบาลในวัยสูงอายุ
ขณะที่ คุณนรินทร์ เอกวงศ์วิริยะ ระบุว่า การวางแผนการเงินในโลกที่อายุยืนยาวขึ้น ควรให้ความสำคัญกับ “โครงสร้างความมั่นคง” ควบคู่กับผลตอบแทน โดยเฉพาะในช่วงวัยก่อนเกษียณที่ความผิดพลาดแก้ไขได้ยาก แผนการเงินจึงไม่ควรเน้นเพียงการมีเงิน “พอใช้” แต่ต้องมุ่งสู่ “คุณภาพชีวิตระยะยาว”
ทั้งนี้ เป้าหมายของการวางแผนการเงินในยุค Longevity ควรครอบคลุมหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความต่อเนื่องของชีวิต การจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพ การรักษาอิสระในการตัดสินใจ และการดูแลความรับผิดชอบต่อครอบครัว
ด้าน คุณทรงพล ปรีดาวุฒิ กล่าวว่า เมื่อผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น ผลิตภัณฑ์ประกันรูปแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป เพราะความเสี่ยงด้านสุขภาพในวัยสูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคจากความเสื่อมของร่างกายที่ต้องใช้ระยะเวลารักษานานและมีค่าใช้จ่ายสูง
กรุงเทพประกันชีวิตจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่รองรับสังคมสูงวัยมากขึ้น เช่น ประกันโรคร้ายแรง “BLA Long Life Care” ที่ให้ความคุ้มครอง 8 โรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน การบาดเจ็บศีรษะรุนแรง ภาวะข้ออักเสบรูมาตอยด์ชนิดรุนแรง โรคกล้ามเนื้อเสื่อม โรคของเซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว และการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
โดยเมื่อผู้เอาประกันตรวจพบโรคตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ไม่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยต่อ และรับเงินชดเชยรายปี 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อเนื่องสูงสุดถึงอายุ 99 ปี
กรุงเทพประกันชีวิตระบุว่า แนวคิด Longevity ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีชีวิตที่ยืนยาว แต่ต้องเป็นการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งการเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีความสุขและมั่นคงในระยะยาว
โครงการ Leader Club จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยพัฒนาศักยภาพตัวแทนให้ก้าวสู่บทบาท Life Care Partner ที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่การวางแผนการเงิน การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อวัยเกษียณในสังคมอายุยืน
![]()













