กสิกรไทยชี้เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุด ครึ่งปีหลังฟื้นตัว แต่ภาคธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี หลังจากผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/2569 โดยยังคงประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไว้ที่ 2.0% ท่ามกลางแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจและภาคการเงินยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และภาระหนี้ที่ยังคงกดดันการเติบโต
เงินเฟ้อเร่งตัว-ดอกเบี้ยทรงตัว
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือ ทิศทางเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องจากราคาพลังงานโลกที่ยังไม่ปรับลดลงเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตถูกส่งผ่านมายังราคาสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภค
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ 3.1% โดยช่วงไตรมาส 3-4 จะเป็นช่วงที่เงินเฟ้อเร่งตัวสูงสุดของปี ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% เพื่อรอติดตามผลกระทบทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด
สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการ การที่ดอกเบี้ยยังไม่ลดลงเพิ่มเติม หมายความว่าภาระต้นทุนทางการเงินยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมและผู้บริโภคที่มีภาระหนี้ระยะยาว
ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า
อีกหนึ่งปัจจัยทางการเงินที่สำคัญ คือ ทิศทางค่าเงินบาท ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าอาจอ่อนค่าลงจากปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่าจะปิดสิ้นปีที่ระดับ 32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจุบันที่เคลื่อนไหวบริเวณ 32.50-32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
เงินบาทที่อ่อนค่าจะส่งผลดีต่อผู้ส่งออกบางส่วน แต่ในอีกด้านหนึ่งจะเพิ่มต้นทุนการนำเข้าสินค้า วัตถุดิบ และพลังงาน ซึ่งอาจซ้ำเติมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในประเทศ
ภาคอุตสาหกรรมยังเผชิญแรงกดดันหนัก
แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะเริ่มฟื้นตัว แต่ภาคการผลิตยังต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมีที่สูงขึ้น ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และการแข่งขันกับสินค้านำเข้า
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ปี 2569 จะหดตัว 0.5% นับเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนถึงภาวะการผลิตที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แม้เศรษฐกิจในภาพรวมจะเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น
ท่องเที่ยวฟื้นไม่เต็มศักยภาพ
ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ยังคงเผชิญแรงกดดันจากการปรับลดเที่ยวบินในหลายเส้นทาง ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงไตรมาส 3
ทั้งนี้ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านคน ลดลงจากระดับ 33 ล้านคนในปีก่อน แม้ว่าตลาดนักท่องเที่ยวจีนจะมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถชดเชยการลดลงของนักท่องเที่ยวระยะไกลได้ทั้งหมด
สินเชื่อฟื้นตัวจำกัด หนี้เสียยังเป็นความเสี่ยง
ด้านภาคการเงิน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับประมาณการสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในปี 2569 จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว 0.7% มาเป็นขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.5%
อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวมาจากสินเชื่อภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อรายย่อยและภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ยังฟื้นตัวอย่างจำกัด สะท้อนถึงความระมัดระวังของทั้งผู้กู้และสถาบันการเงิน
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ต้นทุนการระดมทุนที่ยังทรงตัวสูง ความสามารถในการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชน และสถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ซึ่งปัจจุบันยังอาศัยมาตรการปรับโครงสร้างหนี้และการบริหารจัดการเชิงรุกของธนาคารในการประคองคุณภาพสินทรัพย์
มุมมองการเงิน: ฟื้นตัวแต่ยังเปราะบาง
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีแนวโน้มดีขึ้นจากแรงกระตุ้นของภาครัฐและการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ปัจจัยเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ค่าเงินบาท ต้นทุนพลังงาน และคุณภาพหนี้ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ
สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการ การบริหารสภาพคล่อง การควบคุมต้นทุนทางการเงิน และการติดตามทิศทางเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด จะเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในช่วงที่เหลือของปี
![]()















