สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในบางตลาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลาง หลังปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลต่อเส้นทางการบินระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่นักเดินทางจากยุโรปใช้เป็นจุดเชื่อมต่อก่อนเข้าสู่ประเทศไทย
รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวประจำสัปดาห์ที่ 10 ของปี 2569 (ระหว่างวันที่ 2–8 มีนาคม) ระบุว่า เหตุการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางส่งผลให้ นักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล (Long-haul) โดยเฉพาะยุโรป ตะวันออกกลาง และบางส่วนของอเมริกา ชะลอการเดินทาง เนื่องจากเที่ยวบินส่วนใหญ่ต้องผ่านศูนย์กลางการบินในภูมิภาคดังกล่าว
ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ นักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางลดลงราว 18% จากแนวโน้มการเดินทางปกติ ส่งผลให้ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในช่วงสัปดาห์ดังกล่าวอยู่ที่ 616,229 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 60,734 คน หรือประมาณ 8.97%
แม้ตลาดระยะไกลจะชะลอตัว แต่ตลาดระยะใกล้ในภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน มาเลเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ ที่ยังคงเดินทางเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลระบุว่า 5 อันดับประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยมากที่สุดในช่วงสัปดาห์ดังกล่าว ได้แก่
1. จีน 94,132 คน
2. มาเลเซีย 62,280 คน
3. รัสเซีย 54,215 คน
4. อินเดีย 44,211 คน
5. เกาหลีใต้ 26,666 คน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า พบว่านักท่องเที่ยวจากหลายตลาดหลักมีการปรับตัวลดลง โดยเฉพาะจีน เกาหลีใต้ และอินเดีย ขณะที่ มาเลเซียเป็นตลาดเดียวที่ยังเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 25%
แม้จะมีแรงกดดันจากตลาดระยะไกล แต่ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 8 มีนาคม 2569 ยังถือว่าอยู่ในทิศทางบวก โดยประเทศไทยมี นักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมรวมกว่า 7.24 ล้านคน และสร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 356,079 ล้านบาท
สำหรับตลาดหลักที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุดตั้งแต่ต้นปี ได้แก่
จีน 1,185,806 คน
มาเลเซีย 685,126 คน
รัสเซีย 566,259 คน
อินเดีย 468,340 คน
เกาหลีใต้ 343,349 คน
อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางเริ่มสะท้อนมายัง ภาคธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลักที่พึ่งพาตลาดระยะไกล เช่น ภูเก็ต กระบี่ และเกาะสมุย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวยุโรปในช่วงฤดูท่องเที่ยว
ข้อมูลอุตสาหกรรมโรงแรมระบุว่า อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมทั่วประเทศอยู่ที่ประมาณ 70–73% ขณะที่โรงแรมระดับ 4–5 ดาวซึ่งพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงมีอัตราการเข้าพักสูงกว่า โดยอยู่ในระดับราว 80% แต่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวในบางพื้นที่ที่พึ่งพาตลาดยุโรปเป็นหลัก
ผู้ประกอบการโรงแรมมองว่า หากสถานการณ์การเดินทางผ่านตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลชะลอตัวในระยะสั้น และกระทบต่อรายได้ของธุรกิจโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่พึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของไทยยังคงเดินหน้ามาตรการกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างภาพลักษณ์ความปลอดภัยภายใต้แนวคิด “Trusted Thailand” รวมถึงมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง หรือ Ease of Traveling เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
นอกจากนี้ การเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศ รวมถึงมาตรการอำนวยความสะดวกด้านตรวจคนเข้าเมือง ยังถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยพยุงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในช่วงที่ตลาดระยะไกลเผชิญความผันผวนจากสถานการณ์โลก
แม้แรงกระเพื่อมจากตะวันออกกลางจะส่งผลต่อการเดินทางในระยะสั้น แต่ด้วยโครงสร้างตลาดที่ยังมีนักท่องเที่ยวจากเอเชียเป็นฐานหลัก ทำให้การท่องเที่ยวไทยยังมีแนวโน้มทรงตัว และมีโอกาสฟื้นตัวได้เมื่อสถานการณ์การเดินทางระหว่างประเทศกลับสู่ภาวะปกติ
![]()













