บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุก ยกระดับการบริหาร “สินทรัพย์รอการขาย (NPA)” จากทรัพย์ที่หยุดนิ่ง สู่การเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าใหม่ให้เศรษฐกิจและสังคม ผ่านการลงนามความร่วมมือ (MOU) กับสถาบันอาศรมศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เปิดตัว “โครงการทรัพย์แผ่นดิน ต้นแบบการฟื้นฟูสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์”
จุดเริ่มต้นของโครงการคือการ “คืนชีวิต” ให้กับ “บ้านพระพิทักษ์” บ้านไม้สองชั้นอายุ 88 ปี บนพื้นที่ 135.1 ตารางวา มูลค่ากว่า 36.78 ล้านบาท ในย่านตรอกตึกดิน เขตพระนคร ใกล้เสาชิงช้า หนึ่งในทำเลประวัติศาสตร์สำคัญของกรุงเทพฯ โดยตั้งเป้าพัฒนาให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนเข้าด้วยกัน
BAM ชี้ว่า แนวคิดสำคัญของโครงการนี้คือการมอง NPA ไม่ใช่เพียง “ทรัพย์สินรอขาย” แต่เป็น “ทรัพย์ของแผ่นดิน” ที่สามารถต่อยอดสร้างคุณค่าได้ หากพัฒนาโดยเข้าใจบริบทพื้นที่ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชุมชนอย่างแท้จริง จึงเป็นที่มาของการผนึกความร่วมมือกับอาศรมศิลป์ เพื่อออกแบบการฟื้นฟูที่คงอัตลักษณ์เดิม ควบคู่กับการใช้งานในอนาคต
ภายใต้วิสัยทัศน์ “Transforming Non-Performing Assets into Enduring Value” BAM ตั้งเป้าพลิกสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้กลายเป็นคุณค่าที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวคิด CSR in Process และกรอบ ESG ที่ฝังอยู่ในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน
โครงการนี้ยังถูกออกแบบให้เป็น “ย่านศิลปะและการออกแบบที่มีชีวิต” (Living Art & Design District) โดยผสานแนวคิด Well-being เข้ากับการพัฒนาเมือง คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการราว 8 เดือน และในระยะแรกจะเปิดพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะช่วงปลายปี 2569 พร้อมผลักดันให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในย่านเมืองเก่า
ในเชิงเศรษฐกิจและสังคม โครงการนี้คาดว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่กว่า 600 คน เพิ่มจำนวนผู้สัญจรและนักท่องเที่ยวจากเดิมราว 3,000 คนต่อช่วงเวลา พร้อมกระตุ้นการใช้จ่าย สร้างรายได้ใหม่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และฟื้นคืนชีวิตให้ย่านเมืองเก่าอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านสถาบันอาศรมศิลป์ มองว่า “บ้านพระพิทักษ์” จะเป็น “จุดคานงัด” สำคัญของการฟื้นฟูย่านแบบบูรณาการในอนาคต โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งชุมชน ภาครัฐ เอกชน และภาควิชาการ เพื่อสร้างโมเดลการพัฒนาเมืองที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ “บ้านพระพิทักษ์” มีประวัติยาวนานตั้งแต่ราว พ.ศ. 2480 เคยเป็นที่พำนักของครอบครัวพันเอก พระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์ อดีตปลัดกรมบัญชีทหารบก สะท้อนคุณค่าทั้งด้านสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ ซึ่งการฟื้นฟูครั้งนี้ไม่เพียงรักษาอดีต แต่ยังต่อยอดสู่อนาคตของเมือง
การเดินหน้าครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นการ “ออกแบบคุณค่าใหม่” ให้เมือง ผ่านโมเดลที่ BAM ตั้งใจขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาเมืองอย่างมีคุณภาพในระยะยาว
![]()













