การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเร่งตัวอย่างชัดเจน จากแรงหนุนของราคาน้ำมันที่ผันผวน นโยบายภาครัฐ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ธุรกิจประกันภัยต้องเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ในการบริหารความเสี่ยงที่ซับซ้อนมากขึ้น
นิโคลัส ฟาเกต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่มรู้ใจ เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคไทยเริ่มมองรถยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกสำคัญในการลดความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่ไม่แน่นอน โดยตลาด EV ไทยเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนจากยอดจดทะเบียนและยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้ตลาด EV จะขยายตัว แต่รูปแบบความเสี่ยงของรถยนต์ไฟฟ้าแตกต่างจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป โดยเฉพาะในช่วงแรกของการใช้งานที่ผู้ขับขี่ต้องปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ อาทิ ระบบ Regenerative Braking และแรงบิดฉับพลันของมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตราการเกิดอุบัติเหตุ
อีกประเด็นสำคัญคือ ต้นทุนการซ่อมรถ EV ที่สูงกว่ารถยนต์สันดาปเฉลี่ยเกือบ 40% จากความซับซ้อนของระบบแบตเตอรี่ การใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง และข้อจำกัดด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเครือข่ายอู่ซ่อมอิสระที่ยังมีจำนวนจำกัด ทำให้การซ่อมส่วนใหญ่ยังพึ่งพาศูนย์บริการของผู้ผลิตรถยนต์เป็นหลัก
ขณะเดียวกัน การแข่งขันด้านราคาของรถ EV ที่รุนแรงขึ้นยังส่งผลให้มูลค่ารถและค่าเสื่อมราคามีความผันผวนมากขึ้น สร้างความท้าทายต่อการประเมินความเสี่ยงและการกำหนดเบี้ยประกันภัยของบริษัทประกัน
นิโคลัส ระบุว่า ผู้ซื้อรถ EV ส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ให้ความสำคัญกับข้อมูล เทคโนโลยี และความโปร่งใสในการให้บริการ โดยความกังวลไม่ได้จำกัดเพียงเรื่องตัวรถ แต่ยังครอบคลุมถึงความคุ้มครองแบตเตอรี่ ระบบซอฟต์แวร์ ความปลอดภัยในการชาร์จไฟ และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับระบบชาร์จภายในบ้าน
ด้วยเหตุนี้ ประกันภัยรถ EV จึงไม่สามารถใช้แนวคิดเดียวกับประกันรถยนต์แบบดั้งเดิมได้อีกต่อไป ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพัฒนารูปแบบการประเมินความเสี่ยง ผลิตภัณฑ์ประกัน และการให้บริการให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ ประกันภัยจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความไม่แน่นอนของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV ด้วยการเปลี่ยนความเสี่ยงที่ผู้บริโภคยังไม่คุ้นเคยให้เป็นต้นทุนที่สามารถคาดการณ์และบริหารจัดการได้ ช่วยสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าในวงกว้าง
ผู้บริหารรู้ใจมองว่า ความสำเร็จของตลาด EV ไทยในระยะยาวจะไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่ราคาของรถหรือจำนวนสถานีชาร์จเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับการพัฒนาระบบนิเวศโดยรอบ ทั้งด้านประกันภัย การซ่อมบำรุง การชาร์จไฟ และบริการหลังการขาย ให้สามารถรองรับการเติบโตของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
![]()















