กลุ่มบริษัท Prudential plc หรือพรูเด็นเชียล เปิดเผยผลวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับ “ความเป็นอยู่ที่ดีทางการเงิน” หรือ Financial Wellbeing พบว่า ประเทศไทยมีระดับความเป็นอยู่ทางการเงินอยู่ใน อันดับ 3 ของเอเชีย ด้วยคะแนน 60.4 จาก 100 รองจากเวียดนามและอินโดนีเซีย สะท้อนว่าคนไทยจำนวนมากสามารถบริหารจัดการสถานะทางการเงินในชีวิตประจำวันได้ในระดับที่ดี ทั้งในด้านการควบคุมค่าใช้จ่าย การออม และการตัดสินใจทางการเงินเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์เชิงลึกพบว่า ยังมี “ช่องว่างสำคัญ” ระหว่างอิสรภาพทางการเงินในปัจจุบันและอนาคต โดยคะแนนอิสรภาพทางการเงินในปัจจุบันอยู่ที่ 59.9 ขณะที่อิสรภาพทางการเงินในอนาคตอยู่ที่ 55.5 ซึ่งลดลงถึง 7% นับเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการปรับลดลงมากในภูมิภาค สะท้อนความกังวลของคนไทยต่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
งานวิจัยดังกล่าวถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญของ ดัชนีชี้วัดความเป็นอยู่ที่ดีทางการเงิน (Financial Wellbeing Index) ฉบับแรกของพรูเด็นเชียล ซึ่งสำรวจความคิดเห็นประชากรกว่า 7,000 คน ในภูมิภาคเอเชีย อายุระหว่าง 18–60 ปี ครอบคลุม 8 ตลาดหลัก ได้แก่ ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน เวียดนาม และไทย
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียยังมีช่องว่างระหว่างความมั่นคงทางการเงินในปัจจุบันกับความพร้อมทางการเงินในอนาคต อย่างชัดเจน สะท้อนว่าความมั่นใจในสถานะการเงินวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตเสมอไป
การประเมินดัชนีดังกล่าววัดจาก 4 มิติสำคัญ ได้แก่
ความมั่นคงทางการเงินในปัจจุบัน
ความมั่นคงทางการเงินในอนาคต
อิสรภาพทางการเงินในปัจจุบัน
อิสรภาพทางการเงินในอนาคต
โดยนำข้อมูลด้าน มุมมอง ทัศนคติ พฤติกรรม และความคาดหวังทางการเงิน มาประมวลผลเป็นคะแนนรวม เพื่อสะท้อนภาพรวมความสามารถของประชาชนในการรับมือและบริหารจัดการสถานการณ์ทางการเงิน
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Prudential Thailand กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนอินไซด์ที่น่าสนใจว่า แม้คนไทยจะมีความมั่นใจในการวางแผนและใช้จ่ายในปัจจุบัน แต่ยังมีความกังวลต่อการบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว โดย 3 ปัจจัยหลักที่สร้างความกังวลมากที่สุด ได้แก่
1. ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น
2. ภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ผันผวน
3. ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของพ่อแม่หรือสมาชิกในครอบครัว
“พรูเด็นเชียลเข้าใจถึงความกังวลเหล่านี้ และพร้อมยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในการให้คำปรึกษา เพื่อสร้างความมั่นคงด้านหลักประกันชีวิตและสุขภาพในอนาคต เพราะเราเชื่อว่าการเตรียมความพร้อมในวันนี้ คือรากฐานสำคัญที่จะเปลี่ยนความกังวลในวันหน้าให้เป็นอิสรภาพทางการเงินที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง” นายบัณฑิตกล่าว
ทั้งนี้ แม้คนไทยจำนวนมากจะมีความกังวลเกี่ยวกับเป้าหมายการเงินระยะยาว แต่ผลสำรวจยังเผยให้เห็นสัญญาณเชิงบวก โดยพบว่า
59% ระบุว่ามีความรู้ทางการเงินเพียงพอ
59% สามารถเข้าถึงบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
61% มีการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ
พรูเด็นเชียลจึงมุ่งส่งเสริมให้คนไทยเริ่มต้นวางแผนทางการเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ พร้อมสนับสนุนและให้คำปรึกษาในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของชีวิต เพื่อยกระดับ Financial Wellbeing ของคนไทย และสร้างอิสรภาพทางการเงินที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต
![]()













